วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2563

ผู้นำ (ซุน ยัดเซ็น)


  • ถ้าทำเป็นแต่การมองเห็นปัญหา  เรียกว่า  "โหร"
  • ถ้ามองออกแต่การแก้ปัญหา        เรียกว่า  "เสนาธิการ"
  • ถ้ามีศักยภาพ กล้าทำ             เขาเรียกว่า  "นักเลง"
  • แต่ถ้ามีครบหมดทุกข้อและรู้เท่าทันกระแสโลก สามารถก้าวไปให้ทันโลกได้ เรียกว่า "ผู้นำ"

ผู้นำ (นิพนธ์ เรื่อง สามกรุง)

           ใคร ๆ ใคร่ซอกซ้อ     ซอนคำ บ้างเอย   
          เค้าเคล็ดเท็จจริงอำ    อิตถ์อ้าง
          สมญาว่า "ผู้นำ"          คนชนิดไหนหนอ
          ชี้เช่น เป็นนายห้าง     แห่งบ้านเมืองคน

ยุคเข็ญเห็นแน่แท้       นรไทย
ว่าจะต้องมีใคร            สักผู้
ซึ่งปวงประชาใจ         จงรัก
ยอมเชื่อยอมฟังรู้        ว่าไร้ใจโกง

          ผู้นำจำต้องเฟื่อง       ฟูปัญ  ญาแฮ
          ใครชั่วใครดีทัน         เท่ารู้
          บำบัดอัตตเหตุอัน     เอือมจิต
          รู้ระมัดตัดโลภผู้         พวกพ้องของตน

น.ม.ส. 

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2563

ผงชูรสทำให้อาหารอร่อยจริงหรือ

          ผงชูรสเป็นสารปรุงแต่งรสอาหารชนิดหนึ่งที่กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไทย  บางคนมีความรู้สึกว่าอาหารจานใดที่ไม่ได้ใส่ผงชูรส จะไม่อร่อยเลย   ผงชูรส คือวัตถุที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เรียกว่า " โมโนโซเดียมกลูตาเมท (MSG ; Mono Sodium Glutamate) ผงชูรสแท้มีลักษณะเป็นเกล็ดที่มีรูปร่างเป็นแท่างสี่เหลี่ยมปลายข้างหนึ่งเล็ก หรือปบลายทั้งสองข้างใหญ่กว่าตรงกลางคล้ายกระดูก มีสีขาวค่อนข้างทึบ
         โมโนโซเดียมกลูตาเมทจะมีรสของเนื้อต้ม  ผู้ชำนาญในการชิมอาหาร ได้ให้ความเห็นว่า  ผงชูรสมีหลายรสรวมกันอยู่ ทั้งเปรี้ยว เค็ม หวาน และขม  นอกจากนี้ โมโนโซเดียมกลูตาเมท ยังสามารถกระตุ้นประสาทในปากและลำคอ ทำให้รู้สึกอร่อยขึ้นได้อีกด้วย  แต่การปรุงรสอาหารโดยผงชูรสนั้น ควรระมัดระวังในเรื่องปริมาณที่ใช้  องค์การอนามัยโลก กล่าวว่า "ใน 1 วัน เราควรให้ผงชูรสเข้าร่างกายไม่ควรเกิน 120 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กก.  ดังนั้น คนที่น้ำหนัก 50 กก. ก็ไม่ควรรับประทานเกิน 6 กรัม ต่อวัน หรือประมาณ 1 ช้อนชา  เพราะถ้ามากกว่านั้น จะเกิดอาการ ร้อน ชา ที่ต้นคอ และที่หลัง  อ่อนเพลีย และอาเจียน อาการแพ้นี้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล  บางคนเมื่อรับประทานเขาไปเพียงเล็กน้อยก็แพ้ได้  บางคนได้รับเกินกว่า 10 กรัมแล้ว ยังไม่แพ้เลยก็ได้
..............................

การรักษาคำพูด / รักษาสัญญา

      การรักษาคำพูดให้น่าเชื่อถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนับได้ว่าเป็นรากฐานชีวิตที่มีอิทธิพลทั้งต่อตนเองและผู้อื่นและต่อประเทศชาติด้วย เราต้องคิดใคร่ครวญตรึกตรองอย่างรอบคอบก่อนที่จะพูด หรือสัญญาสิ่งใดออกไป  และเมื่อตัดสินใจพูดไปแล้ว จะต้องรักษาสิ่งนั้นอย่างสุดความสามารถ  แม้ว่าจะต้องฝ่าฟันปัญหาอุปสรรคก็ยังต้องใช้ความมานะ หรือความพยายามที่จะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับผู้อื่นอย่างถึงที่สุด
   
       ก่อนที่จะรับปากใคร หรือพูดสิ่งใดออกไป จำเป็นต้องมีการคิดไตร่ตรองให้รอบคอบ ตามข้อเท็จจริงและเหตุผลความเป็นไปได้ที่มีอยู่เสียก่อน  เราไม่ควรรับปากใครบนพื้นฐานของความเกรงใจ หรือรับปากไปตามอารมณ์ความรู้สึกขณะนั้น และที่สำคัญ เราต้องกล้าพูดความจริงว่า เราสามารถรักษาคำพูดได้หรือไม่  เพื่อเราจะได้ไม่ต้องเสียใจที่จะต้องรับผิดชอบต่อคำพูดที่ไม่รอบคอบของเราในภายหลัง

ดั่งคำคมที่กล่าวไว้อย่างกินใจ เช่น

การพูด การประกวดสุนทรพจน์ เจ้าภาพ นักร้อง, การแข่งขันร้องเพลง, ฉาก ..."คำมั่นสัญญา  อาจทำให้เราเป็นเพื่อนกัน  แต่ถ้าไม่มีหลักเกณฑ์ใดมาควบคุมแล้วละก็  สักวันหนึ่่ง คำมั่นสัญญานั้น  อาจทำให้เรากลายเป็นศัตรูกันได้ เช่นกัน"
       **เบนจามิน  แฟรงคลิน**

"ทางที่ดีที่สุดที่จะรักษาคำพูดคือ  อย่าพูดให้สัญญากับใคร"

      เพราะคำพูดเมื่อหลุดออกจากปากไปแล้ว ไม่สามารถที่จะเรียกกลับคืนได้ เราต้องตระหนักในคำพูดทุกถ้อยคำของเราที่ตัดสินใจกล่าวออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำพูดที่เรากล่าวสัญญาว่าจะกระทำสิ่งใด เราจะต้องเป็นผู้มีสัจจะรักษาคำพูด และพยายามกระทำให้เกิดขึ้นตามสิ่งที่พูดไว้ให้ได้
นโปเลียน โบนาปาร์ต

วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2561

ความแก่




พุทธทาสภิกขุ
พุทธทาสลิลิตคำกลอน


ความแก่หง่อม     ย่อมทุลัก     ทุเลมาก
                        ดั่งคนบอด              ข้ามฟาก     ฝั่งคลอง หา
                        วิธีไต่                    ไผ่ลำ         คลานคลำมา
                        กิริยา                    แสนทุลัก     ทุเล แล

ถ้าไม่อยาก     ให้ทุลัก     ทุเลมาก
                        ต้องข้ามฟาก          ให้ถึงทั่ว     ก่อนตัวแก่
                        ก่อนตาบอด           หูหนวก      สะดวกแท้
                        ตรองให้แน่            แต่เนิ่นๆ     รีบเดินเอยฯ



วันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2561

ครรลอง ของความควร


พุทธทาสลิขิตคำกลอน
พุทธทาสภิกขุ

มัวแต่กลัว   ก็ไม่มี   ที่ทำถูก
                                      แถมมีคน          จูงจมูก   ไถลถลำ
                                      ที่กล้าเดิน         ก็บิ่นบ้า   หาบาปกรรม
                                      รีบรู้ธรรม          ให้ถูกคลอง   ของความควรฯ

             ถ้าฐานะ   ตาอยู่กลาง   หว่างเขาควาย
                                      ยิ่งใกล้ตาย      ทุกประตู       รู้สอบสวน
                                      ไม่อ่อนแอ       ไม่ผลามผลี   มีขบวน
                                      ให้ถูกถ้วน        รอบคอบ      ระบอบงานฯ

     ที่ตัวเล็ก   เหมือนเด็ก   ถูกขี่ข่ม
                                     ต้องดูน้ำ   ดูลม   ไปทุกด้าน
                                     ที่ตัวใหญ่   โกยกำไร   ทุกฐานการณ์

                                     รีบคิดอ่าน   เสียใหม่   ให้ถูกควรฯ



คนโชคดี (ที่ได้ไหว้เขา)


พุทธทาสภิกขุ
พุทธทาสลิขิตคำกลอน

ถ้าไหว้เขา     เราได้     การไหว้ตอบ
                              เป็นระบอบ             แต่โบราณ     ท่านขานไข
                              พุทธองค์               ทรงสอน       ให้สนใจ
                              หมั่นทำไป             สวัสดี           มีแก่ตนฯ

อีกทางหนึ่ง     ทำให้     ใกล้นิพพาน
                              เพราะตัดรอน     อหังการ        ไม่พองขน
                              เป็นประจำ         อยู่เสมอ        ไม่เผลอตน

                              นับเป็นคน         โชคดี            ที่สุดเอยฯ


กิเลสคุย


พุทธทาสภิกขุ
พุทธทาสลิขิตคำกลอน

คุยเสียดี     ที่แท้     แพ้กิเลส
                                     น่าสมเพช        เตือนเท่าไร    ก็ไม่เห็น
                                     ว่าเป็นทาส       กิเลส           อยู่เช้าเย็น
                                     จะอวดเป็น       ปราชญ์ไป     ทำไมนาฯ

        ค้นธรรมะ     หาทางออก     อุ้มกิเลส
                                     น่าสมเพช     จริงๆ     เที่ยววิ่งพา
                                     ตำรานี่     ตำรานั่น     สรรหามา

                                     ได้เป็นข้า     กิเลสไป     สมใจเอยฯ


การงานที่น่ารัก


พุทธทาสลิขิตคำกลอน
พุทธทาสภิกขุ

อันที่จริง   การงานนั้น   นั้นน่ารัก
                                    เมื่อยังไม่       รู้จัก            ก็อางขนาง
                                    ไม่นึกรัก        ก็ปล่อยปละ   หรือละวาง  
                                    บ้างร้องคราง   เมื่อรอหน้า   ว่าเบื่อจริง

แต่ที่แท้   การงาน   นั้นน่ารัก
                                    สอนให้คน        รู้จัก   ไปทุกสิ่ง
                                    ยิ่งทำก็            ยิ่งฉลาด   สามารถยิ่ง
                                    เป็นผู้ดิ่ง           พ้นผิด   จิตสำราญ

    ที่ประเสริฐ   แท้จริง    คือยิ่งสนุก 
                                    ยิ่งทำงาน           ยิ่งเป็นศุข   ทุกสถาน
                                    ทำชีวิต              ให้สดใส   ใจเบิกบาน
                                    ในการงาน          ประจำวัน   บัณฑิตชม

ผลของงาน   ล้นเหลือ   เผื่อแผ่ทั่ว
                                    สัตว์ทุกตัว        ใหญ่น้อย    พลอยศุขสม
                                    ทั้งเมืองเล็ก      เมืองใหญ่   ได้ชื่นชม
                                    โลกระดม         กันเย็น       เป็นนิพพาน


การงาน



พุทธทาสภิกขุ
พุทธทาสลิขิตคำกลอน

อันการงาน     คือค่า     ของมนุษย์
ของมีเกียรติ   ที่สุด            อย่าสงสัย
                                 ถ้าสนุก         ด้วยการงาน   เบิกบานใจ
                                ไม่เท่าไร        รู้ธรรม          ฉ่ำซึ้งจริง ฯ

         ตัวการงาน   คือตัวการ   ประพฤติธรรม
                             พร้อมกันไป   หลายส่ำ        มีค่ายิ่ง
                             ถ้าจะเปรียบ   ก็เหมือนคน     ฉลาดยิง
                             นัดเดียววิ่ง    เก็บนก          หลายพกเอย ฯ


กระต๊อบ หรือตึก



พุทธทาสภิกขุ
พุทธทาสลิขิตคำกลอน
            อยู่กระต๊อบ     กับอยู่ตึก     นี่นึกขัน
ช่างแปลกกัน     มากมาย     หลายสาขา
เกิดเป็นของ     ตรงกันข้าม     ขึ้นตำรา
นึกผิดท่า     ต้องทุกข์ทน     หม่นหมองใจฯ

ถ้าเมื่อใด     ในใจ     ไม่ยึดถือ
มันก็คือ     สิ่งเดียวกัน     หยุดหวั่นไหว
ไม่ยึดครอง     ทั้งสองอย่าง     วางมันไว้
ชั่วอาศัย     ต๊อบหรือตึก     เลิกนึกมันฯ

มันมีดี     คนละอย่าง     ต่างวาระ
ต่างเทศะ     ต่างกิจกรรม     ที่ทำนั่น
เลือกให้เหมาะ     แก่กิจการ     งานครบครัน
คนชมกัน     ต๊อบหรือตึก     นึกได้เองฯ


วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

สภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์



วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ นบ. นม.



              กรมราชทัณฑ์ได้นำเสนอร่างระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ฉบับที่............ต่อมากระทรวงยุติธรรมได้ออกระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ พ.. 2547 ประกาศ ณ วันที่ 5 เมษายน 2547 กำหนดให้มีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ประกอบด้วยคณะกรรมการ จำนวน 25 คน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา แรงงานสื่อมวลชนและอื่นๆ ที่เห็นสมควร เพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำ เสนอแนะนโยบาย แนวทางในการพัฒนาและสนับสนุนภารกิจของกรมราชทัณฑ์ และกระทรวงยุติธรรมได้มีคำสั่ง ที่ 658/2547 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2547 แต่งตั้งกรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ พ.. 2547 โดยได้แต่งตั้ง นายกสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ รองนายกสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ และกรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ รวมทั้งสิ้น 25 คน โดยให้คณะกรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ พ.. 2547 (ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.correct.go.th/comnet1/council/) 








การประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ปี 2548





  • แนวคิด

        แนวคิดของสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ปรากฏอยู่ในระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ พ.. 2547 เช่น

แนวคิดในการให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานราชทัณฑ์ ดังความที่ปรากฏอยู่ในระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาฯ ความว่ากำหนดให้มีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ประกอบด้วยคณะกรรมการ จำนวน 25 คน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงาน ในกระบวนการยุติธรรม หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา แรงงานสื่อมวลชนและอื่นๆ ที่เห็นสมควร...”



         1) แนวคิดในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม เป็นการพัฒนากระบวนการยุติธรรมในขั้นตอนของการบังคับโทษจำคุก ดังความที่ปรากฏอยู่ในระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาฯ ความว่ากำหนดให้มี

การจัดตั้งสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเพื่อทำหน้าที่ ให้คำแนะนำ เสนอแนะนโยบาย แนวทางในการพัฒนาและสนับสนุนภารกิจของกรมราชทัณฑ์...”



         2) แนวคิดในการบริหารงานเรือนจำให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เป็นแนวคิดการแก่ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังผ่านการให้การศึกษาอบรมทักษะ อาชีพ ดังความที่ปรากฏอยู่ในระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาฯ ความว่ากำหนดให้มีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจาก หน่วยงานด้านเศรษฐกิจ และแรงงาน...”



         3) แนวคิดในการปกป้องคุ้มครองสังคม เป็นการช่วยปกป้องคุ้มครองปกป้องสังคมให้ปลอดภัยจากอาชญากรรม ดังความที่ปรากฏอยู่ในระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาฯ ความว่ากำหนดให้มีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานด้านสังคม...”



         4) แนวคิดในการให้ศึกษาแก่ผู้ต้องขัง เป็นแนวคิดการแก้ไขฟื้นฟูผู้ต้องขังผ่านการให้การศึกษาอบรมทักษะ อาชีพ ทั้งทางด้านการศึกษาสายสามัญ สายอาชีพ และธรรมศึกษา ดังความที่ปรากฏอยู่ในระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาฯ ความว่ากำหนดให้มีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจาก หน่วยงานด้านการศึกษาและแรงงาน...”



         5) แนวคิดในการพัฒนาบุคลากร เป็นแนวคิดที่ปรากฏอยู่ในระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาฯ ข้อ 12 (3) ความว่า สภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ มีหน้าที่เสนอแนะการพัฒนางานด้านวิชาการและการพัฒนาบุคลากรของกรมราชทัณฑ์



         6) แนวคิดในการพัฒนาระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติ เป็นแนวคิดที่ปรากฏอยู่ในระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาฯ ข้อ 12 (3) ความว่า สภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ มีหน้าที่เสนอแนะมาตรการ และระเบียบที่เหมาะสม ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง การพัฒนาและแก้ไขพฤตินิสัยผู้ต้องขังและสนับสนุนผู้พ้นโทษเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมเป็นต้น










กรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ (บางส่วน)


  • อำนาจหน้าที่

         อำนาจหน้าที่ของสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ปรากฏอยู่ในระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษา การราชทัณฑ์ พ.. 2547 ข้อ 12 ดังนี้



         - เสนอแนะนโยบายและแนวทางในการพัฒนางานราชทัณฑ์ให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามบริบทแห่งกฎหมายไทยและมาตรฐานสากล

         - เสนอแนะมาตรการ และระเบียบที่เหมาะสม ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง การพัฒนาและแก้ไขพฤตินิสัยผู้ต้องขังและสนับสนุนผู้พ้นโทษเพื่อการดำรงชีวิตในสังคม

         - เสนอแนะการพัฒนางานด้านวิชาการและการพัฒนาบุคลากรของกรมราชทัณฑ์

         - ประสานงาน ระดมทรัพยากรทั้งภายในและภายนอกมาใช้ในการควบคุมและพัฒนาผู้ต้องขัง

         - ติดตามประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรค

         - รับคำร้องเรียนของผู้ต้องขัง หรือประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ตามระเบียบที่สภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์กำหนด

         - แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่สภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์มอบหมาย

         - ดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรและชอบด้วยกฎหมายเพื่อสนับสนุนภารกิจของกรมราชทัณฑ์
 







บรรยากาศการประชุมกรรมการสภาการราชทัณฑ์ ปี 2548


  • ผลการดาเนินงาน

        ที่ผ่านมากรมราชทัณฑ์ ได้จัดให้มีการประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ เพื่อรับฟังความคิดเห็น คำแนะนำ ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายและ แนวทางในการพัฒนาและสนับสนุนภารกิจของกรมราชทัณฑ์ ดังนี้

         - การประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ครั้งที่ 1/2548 ในวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2548 เวลา 10.00 . ณ ห้องสัมมนากรมราชทัณฑ์ ชั้น 3 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน

         - การประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ครั้งที่ 2/2548 ในวันอังคารที่ 5 เมษายน 2548 เวลา 09.30 . ณ ห้องสัมมนากรมราชทัณฑ์ ชั้น 3

         - การประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ครั้งที่ 3/2548 ในวันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน 2548 เวลา 09.30 . ณ ชวนชมอาเขต ทัณฑสถานหญิงกลาง
 

  • ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของกรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์


          กรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ได้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางในการพัฒนางานราชทัณฑ์ ในเรื่องต่างๆ ดังนี้ 



     - ด้านการควบคุมผู้ต้องขัง



            กรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการควบคุมผู้ต้องขังในด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาความเป็นมืออาชีพด้านการควบคุม ระบบเรือนจำความมั่นคงต่ำ ระบบการพักการลงโทษ ระบบการจำคุกในวันหยุดสำหรับผู้ต้องขังที่กระทำความผิดโดยประมาท หรือ ลหุโทษ และการให้ความสำคัญกับการศึกษาวิจัย เป็นต้น
 

     - ด้านการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง



            กรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังด้านต่างๆ เช่น การพัฒนาระบบการฝึกอบรม ทักษะอาชีพ ทั้งสายสามัญ สายอาชีพ ธรรมศึกษา การเกษตรและอุตสาหกรรม ระบบบ้านกึ่งวิถี รวมตลอดถึงการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการฝึกทักษะ อาชีพ แก่ผู้ต้องขัง เป็นต้น
 

     - ด้านสิทธิมนุษยชนในเรือนจำและทัณฑสถาน



            กรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ได้ให้ข้อเสนอแนะให้มีการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในเรือนจำและ ทัณฑสถาน ในเรื่องต่างๆ เช่น การส่งเสริมบุคลากรของกรมราชทัณฑ์ให้มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน การปรับปรุงหลักเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติในการปฏิบัติงานราชทัณฑ์ ให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน และการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมตลอดถึงการจัดตั้งคณะทำงาน (บุคคลภายนอกร่วมด้วย) เพื่อตรวจสอบและติดตามประเมินผลการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนในเรือนจำและ ทัณฑสถาน
 

     - การบริหารและพัฒนาบุคลากร



            กรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ได้ให้ข้อเสนอแนะให้มีการส่งเสริมความก้าวหน้า ในวิชาชีพราชทัณฑ์ และมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม การพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมและการสัมมนาให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เช่น หลักสูตรการป้องกันการก่อเหตุร้ายในเรือนจำ การสร้างเครือข่ายด้านการข่าวกรองอาชญากรรม การส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของเจ้าหน้าที่ การส่งเสริมให้มีการศึกษาดูงาน การจัดรางวัลผู้คุมยอดเยี่ยมประจำปีสนับสนุนและส่งเสริมให้บุคลากรที่มีความรู้และทักษะในการเขียนบทความเพื่อที่จะได้ส่งไปลงหนังสือพิมพ์ วารสารทางวิชาการ รวมทั้งการเขียนบทความไปอ่านทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ งานประจำและงานพิเศษของกรมฯ การส่งเสริมให้ข้าราชการศึกษาต่อทั้งในและต่างประเทศ รวมตลอดถึงการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ด้านการวิจัยให้เจ้าหน้าที่สามารถเสนอและดำเนินการวิจัยโครงการต่างๆได้เอง โดยการสนับสนุนของกรมราชทัณฑ์ เป็นต้น


      - การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจของกรมราชทัณฑ์



           กรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ได้ให้ข้อเสนอแนะในการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ในภารกิจของกรมราชทัณฑ์ ในเรื่องต่างๆ เช่น ประสานงานกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจของกรมราชทัณฑ์ (การฝึกอบรม ทักษะ อาชีพ) การส่งเสริมและสนับสนุนให้นักวิชาการ นักวิจัย นิสิต และนักศึกษา เข้ามาทำการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการราชทัณฑ์ให้กว้างขวางขึ้น การเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการอาสาสมัครคุมประพฤติสาหรับผู้ต้องขังที่ได้รับการพักการลงโทษ โดยการคุมประพฤติ (Parole) การทำข้อตกลง (MOU) กับผู้ประกอบการที่สมัครใจเกี่ยวกับการรับผู้ต้องขังที่พ้นโทษหรือที่ได้รับการพักการลงโทษโดยการคุม

ประพฤติ (Parole) ที่ได้รับใบรับรองการพัฒนาฝีมือแรงงานจากกรมราชทัณฑ์ การเปิดเรือนจำสู่สังคมโดยการทำงานร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรจากภาคส่วนต่างๆ การทำข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาฝีมือแรงงานกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมตลอดถึงประสานความร่วมมือกับสถานประกอบการในการรับผู้พ้นโทษเข้าทำงานหรือรับงานไปทำที่บ้าน เป็นต้น
 

  • บริบทว่าด้วยกรรมการสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์

         สภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ยังมีหน่วยงานที่มีแนวคิด ภารกิจ หน้าที่ เกี่ยวข้องเชื่อมโยงหรือมีลักษณะคล้ายคลึงกับกับภารกิจของสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ได้แก่

         - คณะกรรมการเรือนจำ ตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 มาตรา 44 และคณะกรรมการเรือนจำตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการตรวจเรือนจำของคณะกรรมการเรือนจำ พ.. 2547 มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจเรือนจำ การจัดทำรายงานผลการตรวจ การให้คำแนะนำ ให้รัฐมนตรีทราบ และการเสนอความเห็นเกี่ยวกับกิจการเรือนจำ/ทัณฑสถาน หรือการแนะนำเจ้าพนักงานเรือนจำ/ทัณฑสถาน เพื่อประกอบ การพิจารณาของรัฐมนตรี

         - ผู้ตรวจราชการกรม ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกรม พ.. 2540 ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกรม (ฉบับที่ 2) .. 2546 ผู้ตรวจราชการกรมมีอำนาจหน้าที่การตรวจเรือนจำ การเผยแพร่นโยบาย การรับฟังหรือสดับตรับฟังทุกข์สุข การแสวงหาหรือสอบข้อเท็จจริง สืบสวน สอบสวน การทำรายงานเสนอแนะต่ออธิบดี เป็นต้น

         - สมาคมวิชาชีพราชทัณฑ์อเมริกัน (American Correctional Association) เป็นสมาคม ที่เก่าแก่ที่สุดที่พัฒนาเฉพาะสาหรับผู้ปฏิบัติงานในอาชีพราชทัณฑ์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1870 มีการประชุมทุกปีในสหรัฐอเมริกา มีภารกิจในการพัฒนางานราชทัณฑ์ ทั้งในส่วนของระบบงานราชทัณฑ์ และพัฒนาเจ้าพนักงานราชทัณฑ์ให้เป็นมืออาชีพ ดำเนินงานภายใต้แนวคิดในการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในงานราชทัณฑ์ ดำเนินงานศึกษาวิจัยและนำผลการวิจัยไปใช้ในการพัฒนางานราชทัณฑ์ ส่งเสริมจริยธรรมในวิชาชีพราชทัณฑ์ เป็นต้น (ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.aca.org/ACA_Prod_ IMIS/ACA_Member/Home/ACA_Member/Home.aspx) 




การประชุมสมาคมวิชาชีพราชทัณฑ์อเมริกัน



โดยสรุป
         สภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ถือกำเนิดเกิดขึ้นครั้งแรกใน ปี 2547 ภายหลังจากที่กระทรวงยุติธรรม ได้ออกระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ พ.. 2547 ประกาศ ณ วันที่ 5 เมษายน 2547 กำหนดให้มีการจัดตั้งสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ มีการจัดประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ครั้งแรกเมื่อ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2548 ถึงปัจจุบันมีการประชุมรวมทั้งสิ้น 3 ครั้ง โดยมีการประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2548 ดำเนินงานภายใต้แนวคิดในการให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานราชทัณฑ์ แนวคิดในการพัฒนากระบวนการยุติธรรม แนวคิดในการบริหารงานเรือนจำให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แนวคิดในการปกป้องคุ้มครองสังคม แนวคิดในการให้ศึกษาแก่ผู้ต้องขัง แนวคิดในการพัฒนาบุคลากร และแนวคิดในการพัฒนาระเบียบ หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติ อันเป็นแนวคิดมาตรฐานสากลของระบบเรือนจำโดยทั่วไปในปัจจุบันลักษณะคล้ายคลึงกับกับภารกิจของสมาคมวิชาชีพราชทัณฑ์อเมริกัน จึงกล่าวได้ว่าแนวคิดของสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ เป็นแนวคิดที่นำงานราชทัณฑ์สู่เส้นทางของความเป็นราชทัณฑ์มืออาชีพและนำไปสู่การการยอมรับของประชาชนในงานราชทัณฑ์อีกเส้นทางหนึ่ง แต่เนื่องจากการดำเนินงานของสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ขาดความต่อเนื่อง โดยภายหลังจากที่ได้มีการประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ครั้งแรกและครั้งล่าสุดในปี 2548 ถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 10 ปี ที่ยังไม่มีการประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ จึงกล่าวได้ว่าปัญหาอุปสรรคที่สำคัญของสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์คือ ปัญหาการขาดความต่อเนื่องในนโยบายการดาเนินงานของกรมราชทัณฑ์ ทั้งที่ การจัดประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ในปี 2548 คณะกรรมการการจัดประชุมสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ ต่อการพัฒนางานราชทัณฑ์ เช่น ความเห็นและข้อเสนอแนะด้านการควบคุมผู้ต้องขังที่ได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ ในการพัฒนาความเป็นมืออาชีพด้านการควบคุม ด้านการแก้ไขและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ด้านสิทธิมนุษยชน ในเรือนจำและทัณฑสถาน และด้านการบริหารและพัฒนาบุคลากรที่ได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ด้านการวิจัยให้เจ้าหน้าที่สามารถเสนอและดำเนินการวิจัยโครงการต่างๆได้เองโดยการสนับสนุนของกรมราชทัณฑ์ เป็นต้น ซึ่งเป็นความเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการพัฒนางานราชทัณฑ์ ให้เป็นมาตรฐานสากล จึงเห็นว่าถ้ากรมราชทัณฑ์ได้นำนโยบายเกี่ยวกับสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์มาดำเนินการให้เกิดความต่อเนื่องก็จะทำให้สภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการดาเนินงานราชทัณฑ์ การพัฒนางานราชทัณฑ์ให้ไปสู่เส้นทางของราชทัณฑ์มืออาชีพ ช่วยพัฒนางานราชทัณฑ์ให้มีมาตรฐานสากล ช่วยปกป้องสังคมและ นำงานราชทัณฑ์ไปสู่เป้าหมายคือการยอมรับของประชาชนในการปฏิบัติงานของกรมราชทัณฑ์และกระบวนการยุติธรรมของไทยโดยภาพรวม 
............................................