วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2554

ความเครียด คืออะไร

            ความเครียด เป็นเรื่องราวของร่างกายและจิตใจที่เกิดการตื่นตัวเตรียมรับกับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเราคิดว่าไม่น่าพอใจเป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเกินกำลังทรัพยากรที่เรามีอยู่ หรือเกินความสามารถของเราที่จะแก้ไขได้ทำให้รู้สึกหนักใจเป็นทุกข์ และพลอยทำให้เกิดอาการผิดปกติทางร่างกายและพฤติกรรมตามไปด้วย

            ความเครียดนั้นเป็นเรื่องที่มีกันทุกคน จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพปัญหา การคิด หรือการประเมินสถานการณ์ของแต่ละคน ถ้าเราคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ร้ายแรง เราก็จะรู้สึกเครียดน้อย หรือแม้เราจะรู้สึกว่าปัญหานั้นร้ายแรงแต่เราพอจะรับมือไหว เราก็จะไม่เครียดมาก แต่ถ้าเรามองว่าปัญหานั้นใหญ่ แก้ไม่ไหวและไม่มีใครช่วยเราได้ เราก็จะเครียดมาก

            ความเครียดในระดับพอดีๆ จะช่วยกระตุ้นให้เรามีพลังมีความกระตือรือร้นในการต่อสู้ชีวิต ช่วยผลักดันให้เราเอาชนะปัญหา และอุปสรรคต่างๆ ได้ดีขึ้น

            แต่เมื่อใดมีความเครียดมีมากเกินไปจนเราควบคุมไม่ได้ เมื่อนั้นเราก็จะต้องผ่อนครายความเครียดกัน

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

รัฐบาลและการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง 54

           หากประชาชนพร้อมใจกันไม่สนับสนุนรัฐบาล รัฐบาลก็ไม่สามารถจะเป็นรัฐบาลอยู่ได้  เพราะฉะนั้น ประชาชนทุกคนจะต้องตระหนักว่า เขามีส่วนรับผิดชอบด้วยในการกระทำทุกอย่างของรัฐบาล ตราบใดที่การกระทำของรัฐบาลเป็นไปในทำนองในที่ชอบที่ควร  ตราบนั้นประชาชนก็ควรจะสนับสนุนรัฐบาล  แต่เมื่อใดที่รัฐบาลประพฤติปฏิบัติในทำนองที่เสียหายแก่ประชาชนและประเทศชาติ เมื่อนั้นก็เป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะต้องยุติการสนับสนุนรัฐบาล

วาทะคานธี

           "การแต่งงานเป็นเรื่องที่สองฝ่าย คือชายกับหญิงมีจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน คู่สมรสใดที่มีความสำนึกว่าจะมีเพศสัมพันธ์ ก็ต่อเมื่อปรารถนาจะได้ผู้สืบพันธุ์  คู่สมรสนั้นน่าจะได้รับการยกย่องว่าเป็น พรหมจารีที่แท้จริง"

           "หากเรามีความเข้าใจกันถูกต้องโดยทั่วไปว่า การหลั่งน้ำกามของผู้ชายเป็นไปเพื่อให้เกิดผู้สืบพันธ์หรือทายาทเท่านั้น หาใช้เพื่อความสนุกสนานไม่  เราก็จะยับยั้งได้จากการแสวงหาความสนุกทางกามารมย์ ซึ่งเป็นเรื่องของเดรัจฉาน"

           "ผู้ที่รู้จักใช้มือ  เท้า  นัยน์ตา และจมูก ของตน ให้มีงานทำ และให้อยู่ในสภาพถูกสุขลักษณะ และสามารถควบคุมความอยากกระหาย เยี่ยงเดรัจฉานของตนได้โดยไม่ประมาท"

           "รัฐไม่มีวันที่จะแยกตนเองออกมาจากการใช้กำลังได้ เพราะรัฐมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการใช้กำลัง"

           "กฎของคนส่วนใหญ่ หรือเสียงข้างมากจะนำมาใช้เกี่ยวกับเรื่องมโนธรรมไม่ได้"

           "เราควรจะหางานให้นักศึกษาที่ขัดสนทำ  ดีกว่าที่จะให้ทุนเขาเรียน"

"ธรรมชาติมีเพียงพอกับมนุษย์ทุกคน  แต่จะไม่พอเลยถ้าบริโภคด้วยความโลภ"

หลับ

ขึ้นรถโดยสาร           มันคลานโคลงเคลง
คำรามคร่ำเคร่ง        ครวญครางครืนครืน
เหงื่อไครคร่ำเครียด  โหย่งเหยียดตีนยืน
หลับหลับตื่นตื่น        บวกฟื้นสลับซอง

           ท้องแก่แย่เปรียบ        ท้องเรียบนั่งจอง
           คนแก่เหลือบมอง       คนหนุ่มแกล้งเมิน
           เสียงตะโกนเดินหน้า   เสียงด่าหลังเดิน
           คนนั่งแกล้งฟุบ           คนยืนโยนย้าย

คนจะลงป้ายหน้า     รถบ้าไม่ยอมจอด
อ้ายจ๊อดคุยจ้อ         อ้ายจ๋อคุยฟ้ง
ไอ้จ๊อดอ้ายจุ๋ง          ถองพุงไอ้จ๋อ

           ฝนก็อึมครึม           ฟ้าครึ้มครืนครืน
           อากาศอืนอืน         คนจะยืนป้ายหน้า
           เหลือง ๆ ปลิวมา   พระนี่หว่า...เฮ้ยหลับ

การปฏิบัติตนของคนเกษียณ

พบมิตร :                    เพื่อร่วมคิด ชวนคุย สนทนา เฮฮา พาสบายใจไม่เหงา
คิดงาน :                    การใดที่ตั้งใจทำ ทำทันที ถ้ามีใจรัก สนุกนักพักผ่อนใจ ไม่วุ่นวาย คลายกังวล
บริหารเงิน :               อย่าเพลินเพราะเงินมี งดมีหนี้จะดีกว่า ถือคติว่าพอกิน พอใช้
เดินทางทัศนาจร :   พักผ่อนสมอง มองโลกกว้าง ท่องเที่ยวต่างเมือง ประเทืองใจ ทำให้สดใสยิ่งขึ้น
อาหารสังคม :           มินั่งงมอยู่ในบ้าน หาโอกาสร่วมงานทั่วไป รับใช้สังคมตามกำลัง ตั้งใจชอบมอบ
                                   ประโยชน์คืนสังคม
นิยมออกกำลัง :        ถ้าหวังจะให้สุขภาพดี มีกำลังวังชา หาโอกาสออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย
                                    คลายปมเลือดลมดี กระปรี้กระเปล่า
ตั้งใจฝึกจิต :             พินิจคำนี้ "จิตที่สดใส อยู่ในกายที่สมบูรณ์" ควรเพิ่มพูนเติมแต่งด้วยข้อธรรม 
                                    นำมาฝึกปฏิบัติ จัดปรุงแต่งใจให้ สะอาด สว่าง สงบ
คิดกำหนดอาหาร :   รสหวาน มัน เค็มจัด ตัดใจอย่าไหลหลง เจาะจงกินเพื่ออยู่ รู้คุณค่าอาหาร รู้
                                   ปริมาณบริโภค

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความจริงของชีวิต

           อันต้นโพธิ์     ต้นไทร     ตอนใบมาก
ให้อากาศ                  ร่มเย็น      เป็นสาขา
พอหมดใบ                แล้วไซร้   ไม่มีมา
ทั้งนกกา                   พากันหนี   ไม่มีเลย 

           เหมือนดั่งคน     มีอำนาจ     มากด้วยยศ
มีพร้อมหมด                 บ่าวไพร่      สหายเผย
พอหมดบุญ                  วาสนา        เหมือนดั่งเคย
พากันเลย                     มิตรสหาย   ไปจากกัน

วิธีป้องกันตัวจากฟ้าผ่า

         

           1. ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง (ควรปิดเครื่อง)
           2. เข้าไปอยู่ในรถ
           3. เมื่ออยู่ในบ้าน ควรปิดสวิทต์ ดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกให้หมด
           4. อย่าหลบอยู่ใต้ต้นไม้สูง และให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า เสาธง หรือของสูงที่ไม่มีสายล่อฟ้า
           5. ไม่ควรเล่นกีฬาในที่โล่งแจ้ง เช่นฟุตบอล กอล์ฟ ขณะฝนตก
           6. ใส่เสื้อกันฝนปลอดภัยกว่ากางร่ม
           7. ถ้าอยู่เป็นกลุ่มให้ยืนห่างกัน 2 - 3 เมตร
           8. ใส่รองเท้ายาง ไม่ช่วยป้องกันฟ้าผ่าได้
           9. ถ้าต้องอยู่กลางที่โล่งแจ้งขณะเกิดฝนตก ให้หลบอยู่ในที่ที่ไม่มีนำท่วมขัง และอยู่ต่ำกว่าสิ่งอื่น ย่อตัวลงให้ต่ำที่สุด เท้าชิดกันทั้งสองข้าง และพยายามลดพื้นที่สัมผัสระหว่างร่างกายกับพื้นดินให้มากที่สุด
           10. อย่านอนราบกับพื้น
           11. สามารถช่วยเหลือคนถูกฟ้าผ่าได้ทันที เนื่องจากกระแสไฟได้ไหลผ่านตัวเขาไปแล้ว โดยให้ตรวจสอบการหายใจและหัวใจ และช่วยผายปอดและนวดหัวใจ