วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รางจืด ขับพิษยาฆ่าแมลง

            เกษตรกรในประเทศไทย 14.5 ล้านคน มีความเสี่ยงที่จะสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช จากการสุ่มตรวจตัวอย่างผัก ผลไม้ ของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปี 2552 พบมีสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างร้อยละ 28 จึงต้องเร่งดูแลสุขภาพกลุ่มเกษตรกร

            รางจืด เป็นสมุนไพร ที่นำมาใช้ดูแลรักษาเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟส ซึ่งมีพิษเฉียบพลันและเรื้อรังและมีผลต่อระบบประสาท ทำให้คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย มึนงง ชัก หมดสติ อาจเสียชีวิต  เกษตรกรที่ตรวจพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ควรใช้ชาชงรางจืด ชงดื่มวันละ 6 กรัม 4 - 5 แก้วต่อวัน เพื่อขับสารพิษออกจากร่างกาย จากผลการวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟส ได้ผลดี และพิษจากสารพิษของแมงดาทะเล ซึ่งพบว่าสามารถถอนพิษผู้ป่วยระยะวิกฤติ ระดับ 4 ได้ หลังได้รับสารสกัดสมุนไพรรางจืด 40 นาที

            ตำรายาไทย ให้นำใบสดรางจืดที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป 10 - 12 ใบ โขลกให้แหลกผสมน้ำเปล่า หรือน้ำซาวข้าว คั้นน้ำดื่ม หรือทำเป็นชาใบรางจืด โดยนำมาหั่นฝอยตากแดดให้แห้ง ชงน้ำร้อนดื่มแทนน้ำ วันละ 4 -5 แก้ว สามารถแก้ไข้ ถอนพิษยาฆ่าแมลงและช่วยขับหรือล้างสารพิษในตับ

พุทธดำรัส

อันใดเดือดร้อนเขา      สบายเรา          อย่าทำ
อันใดเดือดร้อนเรา       สบายเขา         อย่าทำ
อันใดเดือดร้อนเขา      เดือดร้อนเรา    ก็อย่าทำ
อันใดไม่เดือดร้อนเขา  ไม่เดือดร้อนเรา  จงคิด  จงพูด และกระทำเถิด

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การสังเกตลักษณะคนร้าย ทำอย่างไร

           1. จดจำลักษณะใหญ่ เห็นง่าย
           2. จดจำลักษณะเด่น  ตำหนิ
           3. เลือกจดจำลักษณะเพียงบางอย่างที่สามารถจำได้อย่างแม่นยำ
           4. เมื่อคนร้ายหลบหนีไป รีบจดบันทึกทันทีตามที่เห็นจริง
           5. มอบรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง

การสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล
           1. ลักษณะทางกายภาพ
                      - เพศ  (ชาย หญิง กระเทย)
                      - วัย    (เด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น หรือประมาณอายุว่าเท่าไหร่)
                      - รูปร่าง  (อ้วน ผอม สูง เตี้ย สันทัด ร่างกายกำยำ หรือผอมแห้ง)
                      - สีผิว  (ขาว เหลือง คล้ำ ซีด เหี่ยวย่น ฯ)
                      - เชื้อชาติ  (ดูจากใบหน้า ไทย จีน แขก ฝรั่ง ลูกครึ่ง ฯ)
                      - รูปหน้า  (รูปไข่ กลม สี่เหลี่ยม ฯ)
                      - ผม  (ดำ สั้น หยิก ยาว สีผมสีอะไร ลักษณะผมทรงอะไร)
                      - ปาก  (หนา บาง กว้าง แคบ ใหญ่)
                      - หู  (หูกาง ใหญ่ เล็ก ฯ)
                      - ตา (ตาสองชั้น เล็ก โต โปน สวมแว่นสายตา แว่นกันแดด)
            2. ลักษณะเด่น ตำหนิที่จดจำง่าย
                      - แผลเป็น  (ไฝ ปาน หูด ลักษณะอย่างไร อยู่ส่วนไหนของร่างกาย)
                      - ลายสัก  (รูปอะไร ขนาด สี อยู่ส่วนไหนของร่างกาย)
                      - ความพิการ  (ตาบอด หูหนวก แขนด้วน)
                      - ท่าเดิน
                      - สำเนียงการพูด  (กลาง ใต้ อีสาน เหน่อ ฝรั่ง จีน พูดเร็ว - ช้า ฯ)
                      - การกระทำบ่อย ๆ  (การสูบบุหรี่จัด เวลาพูดชอบเอามือล้วงกระเป๋า ชอบแคะ แกะ เกา ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย)
                      - การแต่งกาย  (เสื้อ กางเกง แขน ขายาว หรือสั้น แบบของชุด เช่น เสื้อยืด ยีนส์ เชิ้ต สีใด ลายบนตัวเสื้อผ้า รองเท้าแบบใด)
                      - เครื่องประดับ (แหวน สร้อย กระเป๋า นาฬิกา แว่นตา ฯ)

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

ประโยชน์ของ EM

           EM (Effective Mricroorganisms)

           EM หมายถึง จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ  ซึ่งสามารถแบ่งประโยชน์ออกได้เป็น 4 ด้าน ดังนี้

           1. ด้านการเกษตร
                      1) ช่วยปรับสภาพความเป็นกรด ด่าง ในดินและน้ำ
                      2) ช่วยแก้ปัญหาจากแมลงศัตรูพืชและโรคระบาดต่าง ๆ
                      3) ช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุย  อุ้มน้ำ และให้อากาศผ่านได้อย่างเหมาะสม
                      4) ช่วยย่อยสลายอินทรีย์วัตถุ ให้เป็นอาหารแก่พืช พืชจะสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย โดยไม่ต้องใช้พลังงานมาก เหมือนการให้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์
                      5) ช่วยสร้างฮอร์โมนพืช ให้ผลผลิตสูง และคุณภาพดีขึ้น
                      6) ช่วยให้ผลผลิตคงทน สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน มีประโยชน์ต่อการขนส่งไกล ๆ เช่น ส่งออกต่างประเทศ

            2. ด้านปศุสัตว์
                      1) ช่วยกำจัดกลิ่นเหม็นจากฟาร์มปศุสัตว์ เช่น ไก่ เป็ด และสุกรได้ภายในเวลา 24 ชั่วโมง
                      2) ช่วยกำจัดน้ำเสียจากฟาร์มได้ ภายใน 1 - 2 สัปดาห์
                      3) ช่วยป้องกันโรคอหิวาห์ และโรคระบาดต่าง ๆในสัตว์ แทนยาปฏิชีวนะและอื่น ๆ ได้
                      4) ช่วยกำจัดแมลงวัน ด้วยการตัดวงจรชีวิตของหนอนแมลงวัน ไม่ให้เข้าดักแด้เกิดเป็นตัวแมลงวันได้
                      5) ช่วยส่งเสริมสุขภาพสัตว์เลี้ยง ทำให้แข็งแรง ต้านทานโรค ให้ผลผลิตสูงและอัตราค่าใช้จ่ายต่ำ
                     
             3. ด้านการประมง
                      1) ช่วยควบคุมคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำได้
                      2) ช่วยแก้ปัญหาโรคพยาธิในน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อกุ้ง ปลา กบ หรือสัตว์อื่นที่เลี้ยงได้
                      3) ช่วยรักษาแผลและโรคต่าง ๆ ในปลา และสัตว์น้ำอื่น ๆ
                      4) ช่วยลดปริมาณขี้เลนในบ่อ ช่วยให้เลนไม่เน่าเหม็น สามารถนำไปผสมเป็นปุ๋ยหมักใช้กับพืชต่าง ๆ ได้ดี
             
              4. ด้านสิ่งแวดล้อม
                      1) ช่วยบำบัดน้ำเสียจากวิธีทำการเกษตร การปศุสัตว์ การประมง ดรงงานอุตสาหกรรม ชุมชน และสถานประกอบการทั่วไป
                      2) ช่วยกำจัดกลิ่นจากกองขยะ การเลี้ยงสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรม และชุมชนต่าง ๆ
                      3) ปรับสภาพของเสีย เช่นเศษอาหารจากครัวเรือนให้เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงสัตว์และการเพาะปลูก
                      4) กำจัดขยะด้วยการย่อยสลาย ให้มีจำนวนน้อยลงและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
                      5) ช่วยปรับสภาพอากาศที่เสียให้สดชื่น และมีสภาพดีขึ้น

ภารกิจหลัก กลุ่มก่อความไม่สงบ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

           กินกาแฟ     แลนกเขา     เผาโรงเรียน 
  
           เวียนยิงป้อม     ล้อมโรงพัก     ดักยิงครู    

           ขุดรูระเบิด     เตลิดเข้าป่า     ด่าราชการ    
  
           ชำนาญปลูกฝัง     เบื้องหลังผลประโยชน์     หาโจทก์คนดี    

           มอบชีวีอุดมการณ์     มีบริวารคอยเตือน     บิดเบือนคำสอน

วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

นาโน คือ อะไร

           "นาโน" มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก แปลว่า 1 ในล้านส่วน 
1 นาโนเมตร (อักษรย่อว่า น.ม., nm) = 1/1,000,000,000 เมตร (หนึ่งในพันล้านส่วนของเมตร)   1 nm มีขนาดประมาณ 1 ใน 5,000 ส่วนของเส้นผมของคนเรา  หรือเส้นผมมีขนาดประมาณ 50,000 นาโนเมตร  เซลล์แบคทีเรียมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่กี่ร้อยนาโนเมตร  สิ่งเล็กจิ๋วที่สุดที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้โดยไม่ต้องมีเครื่องช่วย มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10,000 น.ม.  อะตอมของไฮโดรเจน 10 ตัว รวมกันเท่ากับ 1 นาโนเมตร

            นาโนศาสตร์ (nano science) คือการศึกษาหลักการพื้นฐานของโมเลกุลและโครงสร้างขนาด      1 - 10 nm โครงสร้างเหล่านี้เรียกโดยรวมว่า "โครงสร้างนาโน (nano structures)"

            นาโทคโนโลยี (nano technology) คือการทำให้โครงสร้าง นาโนเหล่านี้กลายเป็นวัสดุ อุปกรณ์นาโนที่มีประโยชน์ใช้สอยได้

            ในระดับนาโน คุณสมบัติพื้นฐานของวัตถุและกลไกต่าง ๆ แตกต่างไปจากที่เราพบเห็นในระดับที่ใหญ่ขึ้นมา  คุณสมบัติพื้นฐานที่สุดของสสารทั้งทางเคมี ไฟฟ้าและฟิสิกส์ เป็นหัวใจสำคัญของศาสตร์แห่งนาโนทุกสาขา
            ปี 2001 มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation) ได้ให้คำจำกัดความที่สั้นและกระชับเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติพิเศษในระดับนาโน ว่า  ศาสตร์และวิศวกรรมระดับนาโน หมายถึง ความเข้าใจพื้นฐานและความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีที่เป็นผลมาจาก การใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติใหม่ ทางฟิสิกส์ เคมี และชีววิทยาของระบบที่อยู่กึ่งกลาง ระหว่างอะตอม โมเลกุล กับวัตถุขนาดใหญ่ โดยสามารถควบคุมคุณสมบัติเหล่านั้นได้

วันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

10 วิธีการใช้เงินให้เป็นประโยชน์

1. วางแผนการใช้เงิน
2. ต้องใช้เงินตามแผนที่วางไว้
3. การใช้เงินในแต่ละครั้งต้องคุมค่ากับความพอใจที่เพิ่มขึ้น
4. เลือกใช้และซื้อสินค้าทดแทน ที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับสินค้าราคาแพง
5. ซื้อสินค้าเฉพาะที่จำเป็น
6. เลือกใช้บริการทางการเงินที่มีต้นทุนการให้บริการต่ำ
7. ซื้อสินค้าที่ต้องใช้ประจำและอายุการใช้งานสั้น ครั้งละมาก ๆ
8. เลือกซื้อสินค้ามือสอง ที่มีคุณภาพดีแทนการซื้อของใหม่
9. วางแผนการใช้เงินสำหรับลูกน้อย
10. วางแผนการใช้เงินยามเกษียณ

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก  ศิริรัตน์ ศุกรภาค  บริหารเงินให้รวยอย่างเหลือกินเหลือใช้