วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554


หลับ

ขึ้นรถโดยสาร           มันคลานโคลงเคลง
คำรามคร่ำเคร่ง        ครวญครางครืนครืน
เหงื่อไครคร่ำเครียด  โหย่งเหยียดตีนยืน
หลับหลับตื่นตื่น        บวกฟื้นสลับซอง

           ท้องแก่แย่เปรียบ        ท้องเรียบนั่งจอง
           คนแก่เหลือบมอง       คนหนุ่มแกล้งเมิน
           เสียงตะโกนเดินหน้า   เสียงด่าหลังเดิน
           คนนั่งแกล้งฟุบ           คนยืนโยนย้าย

คนจะลงป้ายหน้า     รถบ้าไม่ยอมจอด
อ้ายจ๊อดคุยจ้อ         อ้ายจ๋อคุยฟ้ง
ไอ้จ๊อดอ้ายจุ๋ง          ถองพุงไอ้จ๋อ

           ฝนก็อึมครึม           ฟ้าครึ้มครืนครืน
           อากาศอืนอืน         คนจะยืนป้ายหน้า
           เหลือง ๆ ปลิวมา   พระนี่หว่า...เฮ้ยหลับ

การปฏิบัติตนของคนเกษียณ

พบมิตร :                    เพื่อร่วมคิด ชวนคุย สนทนา เฮฮา พาสบายใจไม่เหงา
คิดงาน :                    การใดที่ตั้งใจทำ ทำทันที ถ้ามีใจรัก สนุกนักพักผ่อนใจ ไม่วุ่นวาย คลายกังวล
บริหารเงิน :               อย่าเพลินเพราะเงินมี งดมีหนี้จะดีกว่า ถือคติว่าพอกิน พอใช้
เดินทางทัศนาจร :   พักผ่อนสมอง มองโลกกว้าง ท่องเที่ยวต่างเมือง ประเทืองใจ ทำให้สดใสยิ่งขึ้น
อาหารสังคม :           มินั่งงมอยู่ในบ้าน หาโอกาสร่วมงานทั่วไป รับใช้สังคมตามกำลัง ตั้งใจชอบมอบ
                                   ประโยชน์คืนสังคม
นิยมออกกำลัง :        ถ้าหวังจะให้สุขภาพดี มีกำลังวังชา หาโอกาสออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย
                                    คลายปมเลือดลมดี กระปรี้กระเปล่า
ตั้งใจฝึกจิต :             พินิจคำนี้ "จิตที่สดใส อยู่ในกายที่สมบูรณ์" ควรเพิ่มพูนเติมแต่งด้วยข้อธรรม 
                                    นำมาฝึกปฏิบัติ จัดปรุงแต่งใจให้ สะอาด สว่าง สงบ
คิดกำหนดอาหาร :   รสหวาน มัน เค็มจัด ตัดใจอย่าไหลหลง เจาะจงกินเพื่ออยู่ รู้คุณค่าอาหาร รู้
                                   ปริมาณบริโภค

วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ความจริงของชีวิต

           อันต้นโพธิ์     ต้นไทร     ตอนใบมาก
ให้อากาศ                  ร่มเย็น      เป็นสาขา
พอหมดใบ                แล้วไซร้   ไม่มีมา
ทั้งนกกา                   พากันหนี   ไม่มีเลย 

           เหมือนดั่งคน     มีอำนาจ     มากด้วยยศ
มีพร้อมหมด                 บ่าวไพร่      สหายเผย
พอหมดบุญ                  วาสนา        เหมือนดั่งเคย
พากันเลย                     มิตรสหาย   ไปจากกัน

วิธีป้องกันตัวจากฟ้าผ่า

         

           1. ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง (ควรปิดเครื่อง)
           2. เข้าไปอยู่ในรถ
           3. เมื่ออยู่ในบ้าน ควรปิดสวิทต์ ดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าออกให้หมด
           4. อย่าหลบอยู่ใต้ต้นไม้สูง และให้อยู่ห่างจากเสาไฟฟ้า เสาธง หรือของสูงที่ไม่มีสายล่อฟ้า
           5. ไม่ควรเล่นกีฬาในที่โล่งแจ้ง เช่นฟุตบอล กอล์ฟ ขณะฝนตก
           6. ใส่เสื้อกันฝนปลอดภัยกว่ากางร่ม
           7. ถ้าอยู่เป็นกลุ่มให้ยืนห่างกัน 2 - 3 เมตร
           8. ใส่รองเท้ายาง ไม่ช่วยป้องกันฟ้าผ่าได้
           9. ถ้าต้องอยู่กลางที่โล่งแจ้งขณะเกิดฝนตก ให้หลบอยู่ในที่ที่ไม่มีนำท่วมขัง และอยู่ต่ำกว่าสิ่งอื่น ย่อตัวลงให้ต่ำที่สุด เท้าชิดกันทั้งสองข้าง และพยายามลดพื้นที่สัมผัสระหว่างร่างกายกับพื้นดินให้มากที่สุด
           10. อย่านอนราบกับพื้น
           11. สามารถช่วยเหลือคนถูกฟ้าผ่าได้ทันที เนื่องจากกระแสไฟได้ไหลผ่านตัวเขาไปแล้ว โดยให้ตรวจสอบการหายใจและหัวใจ และช่วยผายปอดและนวดหัวใจ

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รางจืด ขับพิษยาฆ่าแมลง

            เกษตรกรในประเทศไทย 14.5 ล้านคน มีความเสี่ยงที่จะสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืช จากการสุ่มตรวจตัวอย่างผัก ผลไม้ ของ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ปี 2552 พบมีสารกำจัดศัตรูพืชตกค้างร้อยละ 28 จึงต้องเร่งดูแลสุขภาพกลุ่มเกษตรกร

            รางจืด เป็นสมุนไพร ที่นำมาใช้ดูแลรักษาเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟส ซึ่งมีพิษเฉียบพลันและเรื้อรังและมีผลต่อระบบประสาท ทำให้คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย มึนงง ชัก หมดสติ อาจเสียชีวิต  เกษตรกรที่ตรวจพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ควรใช้ชาชงรางจืด ชงดื่มวันละ 6 กรัม 4 - 5 แก้วต่อวัน เพื่อขับสารพิษออกจากร่างกาย จากผลการวิจัยพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟส ได้ผลดี และพิษจากสารพิษของแมงดาทะเล ซึ่งพบว่าสามารถถอนพิษผู้ป่วยระยะวิกฤติ ระดับ 4 ได้ หลังได้รับสารสกัดสมุนไพรรางจืด 40 นาที

            ตำรายาไทย ให้นำใบสดรางจืดที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป 10 - 12 ใบ โขลกให้แหลกผสมน้ำเปล่า หรือน้ำซาวข้าว คั้นน้ำดื่ม หรือทำเป็นชาใบรางจืด โดยนำมาหั่นฝอยตากแดดให้แห้ง ชงน้ำร้อนดื่มแทนน้ำ วันละ 4 -5 แก้ว สามารถแก้ไข้ ถอนพิษยาฆ่าแมลงและช่วยขับหรือล้างสารพิษในตับ

พุทธดำรัส

อันใดเดือดร้อนเขา      สบายเรา          อย่าทำ
อันใดเดือดร้อนเรา       สบายเขา         อย่าทำ
อันใดเดือดร้อนเขา      เดือดร้อนเรา    ก็อย่าทำ
อันใดไม่เดือดร้อนเขา  ไม่เดือดร้อนเรา  จงคิด  จงพูด และกระทำเถิด

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

การสังเกตลักษณะคนร้าย ทำอย่างไร

           1. จดจำลักษณะใหญ่ เห็นง่าย
           2. จดจำลักษณะเด่น  ตำหนิ
           3. เลือกจดจำลักษณะเพียงบางอย่างที่สามารถจำได้อย่างแม่นยำ
           4. เมื่อคนร้ายหลบหนีไป รีบจดบันทึกทันทีตามที่เห็นจริง
           5. มอบรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง

การสังเกตจดจำตำหนิรูปพรรณบุคคล
           1. ลักษณะทางกายภาพ
                      - เพศ  (ชาย หญิง กระเทย)
                      - วัย    (เด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น หรือประมาณอายุว่าเท่าไหร่)
                      - รูปร่าง  (อ้วน ผอม สูง เตี้ย สันทัด ร่างกายกำยำ หรือผอมแห้ง)
                      - สีผิว  (ขาว เหลือง คล้ำ ซีด เหี่ยวย่น ฯ)
                      - เชื้อชาติ  (ดูจากใบหน้า ไทย จีน แขก ฝรั่ง ลูกครึ่ง ฯ)
                      - รูปหน้า  (รูปไข่ กลม สี่เหลี่ยม ฯ)
                      - ผม  (ดำ สั้น หยิก ยาว สีผมสีอะไร ลักษณะผมทรงอะไร)
                      - ปาก  (หนา บาง กว้าง แคบ ใหญ่)
                      - หู  (หูกาง ใหญ่ เล็ก ฯ)
                      - ตา (ตาสองชั้น เล็ก โต โปน สวมแว่นสายตา แว่นกันแดด)
            2. ลักษณะเด่น ตำหนิที่จดจำง่าย
                      - แผลเป็น  (ไฝ ปาน หูด ลักษณะอย่างไร อยู่ส่วนไหนของร่างกาย)
                      - ลายสัก  (รูปอะไร ขนาด สี อยู่ส่วนไหนของร่างกาย)
                      - ความพิการ  (ตาบอด หูหนวก แขนด้วน)
                      - ท่าเดิน
                      - สำเนียงการพูด  (กลาง ใต้ อีสาน เหน่อ ฝรั่ง จีน พูดเร็ว - ช้า ฯ)
                      - การกระทำบ่อย ๆ  (การสูบบุหรี่จัด เวลาพูดชอบเอามือล้วงกระเป๋า ชอบแคะ แกะ เกา ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย)
                      - การแต่งกาย  (เสื้อ กางเกง แขน ขายาว หรือสั้น แบบของชุด เช่น เสื้อยืด ยีนส์ เชิ้ต สีใด ลายบนตัวเสื้อผ้า รองเท้าแบบใด)
                      - เครื่องประดับ (แหวน สร้อย กระเป๋า นาฬิกา แว่นตา ฯ)