วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

Development of Knowledge Management of Nakhon Si Thammarat Central Prison. (Thailand)

 Mr.Ponsak  Boonkerd 
Master of Public Administration;

 Abstract

This research aimed to 1) Analyse knowledge management of Nahkon Si Thammarat Central Prison in aspect of understanding of knowledge management, knowledge generation, store of knowledge, knowledge sharing, support of the executive, organization culture, technology and evaluation. 2) Study factors that affect the knowledge management of Nakhon Si Thammarat Central Prison. 3) Study knowledge management problems of Nahkon Si Thammarat Central Prison. 4) Propose way to develop knowledge management of Nahkon Si Thammarat Central Prison.
Population in this research was staff of the Nahkon Si Thammarat Central Prison all comprising general civil service, Composed of government officials staff and employees. Total of 217 students using a questionnaire and interview. The statistics used to analyze quantization data, to the percentage frequency mean standard deviation multiple regressions and test the hypothesis. In the qualitative data using content analysis and synthesis of conclusions.
Research results revealed that: 1) Knowledge management within Nahkon Si Thammarat Central Prison. Overall average level. The implementation of the understanding of knowledge generation and knowledge used in most and implementation of knowledge sharing of executives in the least. 2) Factors that affect the knowledge management of the world’s Central Prison. The positive impact that knowledge management of the world is more and more prison. Factors is the origin of knowledge. The support of the executive. Culture and knowledge sharing, respectively. 3) Knowledge management problem in Nahkon Si Thammarat Central Prison is the lack of support from administrators. Personnel, lack of interest in learning. And culture is not conducive to knowledge management. 4) Guideline for the development of the Central Prison knowledge management world. The executive should lead the change supporting every step of the process of knowledge management should be given priority and all staff involved in knowledge management. And should be accelerated to create of learning and knowledge development, knowledge management is to the world a successful prison, It will make knowledge management successful of Nahkon Si Thammarat Central Prison.


วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

คณะกรรมการเรือนจำ



วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ นบ. นม.

คณะกรรมการเรือนจำที่นำเสนอในบทความนี้ คือ คณะกรรมการเรือนจำของมลรัฐเท็กซัส USA ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.lib.utexas.edu/taro/tslac/20046/tsl-20046.html พบว่า ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการเรือนจำของมลรัฐเท็กซัส ปรากฏอยู่ในหอจดหมายเหตุของรัฐเท็กซัส 1913-1933 และ 1943 เรื่อง ประวัติและระบบเรือนจำเท็กซัส ในรูปแบบของรายงานคณะกรรมการเรือนจาประจำเดือน ประกอบด้วยรายงานข้อมูลสถิติเกี่ยวกับ การดำเนินงานโดยทั่วไปของเรือนจำ เช่น จำนวนเจ้าหน้าที่ จำนวนนักโทษ การเงิน การพัสดุ และการหลบหนี เป็นต้น โดยจะเป็นการกล่าวถึง แนวคิดวิวัฒนาการ อำนาจหน้าที่ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการเรือนจำเท็กซัส และคณะกรรมการเรือนจำของไทยตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ มาตรา 44 ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ พ.. 2547 ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ (ฉบับที่ 2 ) .. 2550 และระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการตรวจเรือนจำของคณะกรรมการเรือนจำ พ.. 2547 โดยสังเขป ดังนี้ 


                
คณะกรรมการเรือนจำเท็กซัสและเจ้าหน้าที่เรือนจำในปี 1930


  •  แนวคิดวิวัฒนาการ

             คณะกรรมการเรือนจำเท็กซัสเกิดขึ้นครั้งแรก ในปี คศ.1848 เมื่อมีการตราพระราชบัญญัติการจัดตั้งเรือนจำ 1848 ได้กำหนดให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเรือนจำ (3 คน) โดยผู้ว่าราชการมลรัฐโดยความเห็นชอบ ของสมาชิกวุฒิสภา มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนด กฎ ระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารงานของเรือนจำโดยทั่วไป เช่น การใช้แรงงานนักโทษ การจ้างแรงงานนักโทษ การโอนนักโทษระหว่างเรือนจำมณฑล การดูแลรักษานักโทษ การเงิน การบัญชี การพัสดุ เป็นต้น โดยจะมีการทำรายงานประจำปีเสนอต่อผู้ว่าราชการมลรัฐ   ต่อมาในปี 1871 สภานิติบัญญัติได้ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้แรงงานนักโทษของเรือนจำเท็กซัสระบบต่างๆ เช่น ระบบนักโทษให้เช่า ระบบเรือนจำแรงงาน ระบบเรือนจำอุตสาหกรรม ระบบเรือนจำค่าย และ ระบบเรือนจำฟาร์ม  โดยการให้ภาคเอกชนสามารถ เช่าแรงงานนักโทษ ไปทางานในร้านค้า โรงงาน บริษัท ฟาร์ม ไร่ และ การสร้างทางรถไฟ เป็นต้น   ในปี 1883 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเรือนจำประกอบด้วยผู้ว่าราชการมลรัฐ และคณะกรรมการสองคน ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย ผู้ว่าราชการมลรัฐ ในปี 1885 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเรือนจำประกอบด้วยคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยผู้ว่าราชการมลรัฐสามคน  ในปี 1927 มีการแต่งตั้งคณะกรรมการเรือนจำประกอบด้วยคณะกรรมการเก้าคน มีวาระการดำรงตำแหน่งหกปี ได้รับการแต่งตั้งโดย   ผู้ว่าราชการมลรัฐด้วยความเห็นชอบของวุฒิสภา ในปี 1957 ได้มีการเปลี่ยนระบบเรือนจำเท็กซัสเป็นกรม    ราชทัณฑ์เท็กซัส มีการแต่งตั้งคณะกรรมการราชทัณฑ์ ประกอบด้วยสมาชิกเก้าคนได้รับการแต่งตั้งโดย ผู้ว่าราชการโดยคำแนะนำและยินยอมของวุฒิสภา เป็นการดาเนินการภายใต้แนวคิดต่างๆที่สำคัญ เช่น
      o แนวคิดในการกำกับดูแลการบริหารงานเรือนจำในรูปแบบคณะกรรมการเรือนจำ
      o แนวคิดในการกำหนด กฎ ระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารงานเรือนจำโดยทั่วไปโดยคณะกรรมการเรือนจำ
      o แนวคิดในการให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม และ
      o แนวคิดในการใช้แรงงานผู้ต้องขังให้เป็นประโยชน์กับทางเศรษฐกิจ เป็นต้น 




คณะกรรมการเรือนจำมณฑลรัฐไวโอมิง 2013 


  • อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเรือนจำ

 คณะกรรมการเรือนจำมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
       o การกำหนด กฎระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารงานเรือนจำโดยทั่วไป
       o การพัฒนาระบบเรือนจำต่างๆ เช่น ระบบนักโทษให้เช่า ระบบเรือนจำแรงงาน ระบบเรือนจำอุตสาหกรรม ระบบเรือนจำค่าย และ ระบบเรือนจำฟาร์ม เป็นต้น
       o การจัดทำรายงานประจำเดือน และรายงานประจำปีเสนอต่อผู้ว่าราชการมลรัฐ ประกอบด้วยรายงาน รายงานเกี่ยวกับข้อมูลสถิติเกี่ยวกับการดำเนินงานโดยทั่วไปของเรือนจำ เช่น ข้อมูลสถิติเกี่ยวกับจำนวนเจ้าหน้าที่ จำนวนนักโทษ การเงิน การบัญชี การพัสดุ อาคารสถานที่ และข้อมูลสถิติการหลบหนี เป็นต้น

  • ผลการดำเนินงาน

        ในปี 1871 สภานิติบัญญัติได้ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้แรงงานนักโทษของเรือนจำเท็กซัสระบบต่างๆ ตามข้อเสนอของคณะกรรมการเรือนจำ เช่น ระบบนักโทษให้เช่า ระบบเรือนจำแรงงาน ระบบเรือนจำอุตสาหกรรม ระบบเรือนจำค่าย และ ระบบเรือนจำฟาร์ม เป็นต้น โดยการเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนสามารถเช่าแรงงานนักโทษ ไปทำงานในร้านค้า โรงงาน บริษัท ฟาร์ม ไร่ และ การสร้างทางรถไฟ ระหว่างปี 1927-1957 คณะกรรมการเรือนจำได้มีการปฏิรูปเรือนจำเท็กซัสในระบบต่างๆ เช่น ระบบการเรียนการสอน การสันทนาการ การพัฒนาเรือนจำ Rodeo และระบบการจำแนกผู้ต้องขังวิธีการใหม่ เป็นต้น 

  • คณะกรรมการเรือนจำของไทย

          คณะกรรมการเรือนจำของไทยได้แก่คณะกรรมการเรือนจำตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 มาตรา 44 และคณะกรรมการเรือนจำตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการตรวจเรือนจำของคณะกรรมการเรือนจำ พ.. 2547 ประกอบด้วยเนื้อหาสาระสาคัญในเรื่องต่างๆ เช่น
         o พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 ได้บัญญัติเรื่องคณะกรรมการเรือนจำ ไว้ในหมวด 11 การตรวจเรือนจำ มาตรา 44 ความว่ารัฐมนตรีมีอำนาจตั้งคณะกรรมการเรือนจำและกำหนดอานาจหน้าที่ของคณะกรรมการในการตรวจพิจารณากิจการของเรือนจำ และให้คำแนะนำแก่เจ้าพนักงานเรือนจำ

คณะกรรมการนี้มีจานวนไม่เกิน 5 นาย ซึ่งจะได้แต่งตั้งจาก
         - ข้าราชการตุลาการสังกัดกระทรวงยุติธรรม
         - ข้าราชการสังกัดกระทรวงธรรมการ
         - ข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตราธิการ
         - ข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลัง
         - ข้าราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ
         - เจ้าพนักงานแพทย์
         - เจ้าพนักงานอัยการ และ
         - ข้าราชการหรือบุคคลอื่นตามแต่รัฐมนตรีเห็นสมควร 

       o ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการตรวจเรือนจำของคณะกรรมการเรือนจำ พ.. 2547

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์พุทธศักราช 2479 แต่งตั้ง คณะกรรมการเรือนจำ เพื่อทำหน้าที่ตรวจตราให้ความเห็นและข้อเสนอแนะการดำเนินกิจการของเรือนจำ และตรวจสอบแนะนำการปฏิบัติงานแก่เจ้าพนักงานเรือนจำ โดยระเบียบกระทรวงยุติธรรมฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการเรือนจำในเรื่องต่างๆ  เช่น อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเรือนจำ กำหนดการตรวจเรือนจำประจาปี บัตรประจำตัวคณะกรรมการเรือนจำ ค่าที่พักและค่าพาหนะ เป็นต้น
 
  • แนวคิดของคณะกรรมการเรือนจำไทย
        แนวคิดของคณะกรรมการเรือนจำไทยตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479มาตรา 44 และคณะกรรมการเรือนจำตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการตรวจเรือนจำของคณะกรรมการเรือนจำ พ.. 2547
        o แนวคิดในการตรวจเรือนจำโดยคณะกรรมการเรือนจำ
        o แนวคิดในการจัดทำรายงานผลการตรวจเสนอความเห็นเกี่ยวกับกิจการเรือนจำ/ทัณฑสถาน หรือการแนะนำเจ้าพนักงานเรือนจำ/ทัณฑสถาน เพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐมนตรี
        o แนวคิดในการให้ภาครัฐภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจเรือนจำ มาตรา 44 (8)

  • อำนาจหน้าที่คณะกรรมการเรือนจำไทย
        คณะกรรมการเรือนจำของไทยตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 มาตรา 44 และคณะกรรมการเรือนจำตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการตรวจเรือนจำของคณะกรรมการเรือนจำ พ.. 2547    มีอำนาจหน้าที่ดังนี
        o การตรวจเรือนจำ
        o การเข้าไปในสถานที่ปฏิบัติงาน หรือเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานทุกประเภทของเรือนจำ/ทัณฑสถาน
        o การสั่งให้เรือนจำ/ทัณฑสถาน หรือเจ้าพนักงานเรือนจำ ชี้แจง ให้ถ้อยคา ส่งเอกสารและหลักฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติงานเพื่อประกอบการตรวจเรือนจำของคณะกรรมการ
        o การจัดทำรายงานผลการตรวจ การให้คำแนะนำ ให้รัฐมนตรีทราบ
        o การเสนอความเห็นเกี่ยวกับกิจการเรือนจำ/ทัณฑสถานหรือการแนะนำเจ้าพนักงานเรือนจำ
 /ทัณฑสถาน เพื่อประกอบการพิจารณาของรัฐมนตรี

  •  ผลการดำเนินงาน ยังไม่พบข้อมูลการดาเนินงาน
  •  บริบทว่าด้วยคณะกรรมการเรือนจำไทย
          คณะกรรมการเรือนจำไทยมีหน่วยงานที่มีแนวคิด ภารกิจ หน้าที่ เกี่ยวข้องเชื่อมโยงหรือมีลักษณะคล้ายคลึงกับกับภารกิจของคณะกรรมการเรือนจำไทย ได้แก่
     o สภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ ตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์พ.. 2547 และระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยสภาที่ปรึกษาการราชทัณฑ์ (ฉบับที่ 2 ) .. 2550 มีอำนาจหน้าที่เสนอแนะนโยบายและแนวทางการพัฒนางานราชทัณฑ์ มาตรการและระเบียบ ติดตามประเมินผล และรับคำร้องเรียนของผู้ต้องขังหรือประชาชนเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของข้าราชการกรมราชทัณฑ์ เป็นต้น
     o ผู้ตรวจราชการกรม ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกรม พ.. 2540 ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกรม (ฉบับที่ 2) .. 2546 ผู้ตรวจราชการกรมมีอำนาจหน้าที่การตรวจเรือนจำ การเผยแพร่นโยบาย การรับฟังหรือสดับตรับฟังทุกข์สุข การแสวงหาหรือสอบข้อเท็จจริง สืบสวน สอบสวน การทำรายงานเสนอแนะต่ออธิบดี เป็นต้น

         โดยสรุป การนำเสนอเรื่องคณะกรรมการเรือนจำของมลรัฐเท็กซัส USA ในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวคิด อำนาจหน้าที่ ผลการดำเนินงานของคณะกรรมการเรือนจำเท็กซัสและคณะกรรมการเรือนจำไทยว่ามีจุดเด่น จุดด้อย จุดแข็ง จุดอ่อน ลักษณะเหมือนหรือลักษณะต่างกันอย่างไร เพื่อนำจุดเด่นหรือจุดแข็งมาใช้ในการพัฒนาคณะกรรมการเรือนจำไทย ซึ่งผลจากการศึกษาพบว่า แนวคิดของคณะกรรมการเรือนจำของมลรัฐเท็กซัส ดำเนินการภายใต้แนวคิดในการให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม แนวคิดในการกำกับดูแลการบริหารงานเรือนจำในรูปแบบคณะกรรมการเรือนจำ แนวคิดในการกำหนดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารงานเรือนจำโดยทั่วไปโดยคณะกรรมการเรือนจำ และแนวคิดในการใช้แรงงานผู้ต้องขังให้เป็นประโยชน์กับทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีทั้งลักษณะเหมือนและลักษณะต่างกับแนวคิดของคณะกรรมการเรือนจำไทย กล่าวคือ ลักษณะเหมือน คือ แนวคิดในการให้ภาครัฐภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม ส่วนหน้าที่ของคณะกรรมการเรือนจำเท็กซัส มีทั้งลักษณะเหมือนและลักษณะต่าง คือ ลักษณะเหมือน การตรวจเรือนจำ การจัดทำรายงานของคณะกรรมการเรือนจำ ลักษณะต่าง คือ คณะกรรมการเรือนจำเท็กซัสมีหน้าที่ในการกำหนดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารงานเรือนจำโดยทั่วไปและการพัฒนาระบบเรือนจำต่างๆ เช่น ระบบนักโทษ ให้เช่า ระบบเรือนจำแรงงาน ระบบเรือนจำอุตสาหกรรม ระบบเรือนจค่าย และ ระบบเรือนจำฟาร์มในขณะที่คณะกรรมการเรือนจำไทยยังไม่พบข้อมูลการดำเนินงาน จึงกล่าวได้ว่าจุดเด่นหรือจุดแข็งของคณะกรรมการเรือนจำของมลรัฐเท็กซัส ก็คือในส่วนของอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเรือนจำเท็กซัสมีหน้าที่ในการกำหนดกฎ ระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารงานเรือนจำโดยทั่วไปและการพัฒนาระบบเรือนจำต่างๆ ซึ่งมีลักษณะเด่นกว่าคณะกรรมการเรือนจำไทย เพราะในทางปฏิบัติภารกิจบางส่วนของคณะกรรมการเรือนจำไทย ยังมีภารกิจที่ซ้าซ้อนกับภารกิจของสภา ที่ปรึกษาการราชทัณฑ์และผู้ตรวจราชการกรม ดังกล่าวข้างต้น 
..................................

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2558

ทำไมแมวเอาขาลงได้เสมอ

เมื่อแมวตกจากที่สูง มันสามารถกลับตัวเอาขาลงได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากแมวมีลำตัวอ่อน และมีสัญชาตญาณในเรื่องทิศทางที่ดีมาก แม้เวลาตกจากที่สูงมันสามารถกลับตัวกลางอากาศได้โดยอัตโนมัติเพื่อเอาส่วนขาของมันลงสู่พื้นก่อน ข้อต่อสะโพกและไหล่ของแมวก็ยืดหยุ่นได้คล้ายขดลวดสปริง ด้วยเหตุนี้แมวจึงทนต่อแรงกดอัดจากการตกจากที่สูงมาก ๆ ได้ เป็นไปได้ว่าความสามารถพิเศษเช่นนี้เป็นที่มาของความเชื่อแต่ครั้งโบราณว่า แมวมี 9 ชีวิต

วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557

การแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือนจำภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ

วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ นม. 

          ในปัจจุบันเรือนจำประเทศต่างๆได้นำ แนวคิดความร่วมมือการดำเนินงานเรือนจำระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม มาใช้ในการดำเนินงานเรือนจำให้มีประสิทธิภาพเพื่อการยอมรับและเพื่อความไว้วางใจของประชาชนในหลายประเทศ เช่น เรือนจำในสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 27-29 พฤศจิกายน 2013 เรือนจำในสหภาพยุโรป หลายประเทศ เช่น เบลเยี่ยม เยอรมัน อิตาลี เป็นต้น ได้จัดให้มีการประชุมขึ้นในหัวข้อเรื่อง แนวโน้ม การออกแบบและการดำเนินงานเรือนจำฯ ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เรือนจำในโรมาเนียและบัลแกเรีย เมื่อวันที่ 26 กันยายน ปี 2014 สำนักงานคณะกรรมการแห่งชาติเรือนจำโรมาเนีย และ ผู้อำนวยการทั่วไปของกรมราชทัณฑ์บัลแกเรียภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม ได้จัดให้มีพิธีลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเพื่อปรับปรุงแนวทางการดำเนินงานเรือนจำของทั้งสองประเทศ ณ โรงแรมแกรนด์ ดิมายแอท วานา บัลแกเรีย เป็นต้น สำหรับเนื้อหา สาระ ของบทความ เรื่อง การแก้ไขปัญหายาเสพติด ในเรือนจำภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม (United Nations Office on Drugs and Crime – UNODC) ที่นำเสนอในวันนี้ ได้แก่ การแก้ไขปัญหายาเสพติดของ เรือนจำในอเมริกากลางและสาธารณรัฐโดมิกัน โดยจะเป็นการกล่าวถึงความเป็นมา และการดำเนินงาน มาพอเข้าใจ โดยสังเขป ดังนี้



        สภากรรมการเรือนจำอเมริกากลางและสาธารณรัฐโดมิกัน เข้าร่วมประชุม ณ เมืองกัวเตมาลาวันที่ 11 กันยายน 2014


                สภาเรือนจำยุโรปประชุมเมื่อวันที่ 27-29 พฤศจิกายน 2013 ณ กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียม

                    สภาเรือนจำยุโรปประชุมเมื่อวันที่ 27-29 พฤศจิกายน 2013 ณ กรุงบรัสเซลส์ประเทศเบลเยียม

สภาเรือนจำโรมาเนียและบัลแกเรีย ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานเรือนจำ ณ ประเทศบัลแกเรีย เมื่อ 26 กันยายน 2014

 ความเป็นมา
             ความเป็นมาของการแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือนจำอเมริกากลางและสาธารณรัฐโดมิกัน ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.prisonsystems.eu /index.php/news พบว่า แนวคิดในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของเรือนจำอเมริกากลางและสาธารณรัฐ โดมิกัน เกิดขึ้นจากผลการสัมมนาระหว่างประเทศเพื่อการวางแนวทางนโยบายเรือนจำ ณ เมืองกัวเตมาลา เมื่อวันที่ 5 - 6 ธันวาคม 2013 จัดประชุมโดยกรมราชทัณฑ์กัวเตมาลา มีผู้แทนและผู้ประสานงานระดับภูมิภาคจากองค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) ผู้แทนจากกรมราชทัณฑ์สาธารณรัฐโดมินิกัน คอสตาริกา เม็กซิโก และสหราชอาณาจักร ฯลฯ ผู้แทนจากองค์กรพัฒนาเอกชน ผู้แทนภาคความยุติธรรมในกัวเตมาลา ผู้แทนขององค์กรสิทธิมนุษยชน ผู้แทนของมหาวิทยาลัย และผู้แทน ของสมาคมวิชาชีพราชทัณฑ์ และอื่นๆ รวมทั้งสิ้นประมาณ 200 คน เข้าร่วมประชุม

การสัมมนาระหว่างประเทศเพื่อการวางนโยบายและแนวทางการดำเนินงานเรือนจำ ณ เมืองกัวเตมาลา เมื่อวันที่ 5 - 6 ธันวาคม 2013

การสัมมนาระหว่างประเทศเพื่อการวางนโยบายและแนวทางการดำเนินงานเรือนจำ ณ เมืองกัวเตมาลา เมื่อวันที่ 5 - 6 ธันวาคม 2013

การดำเนินงาน 
           การดำเนินงานด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติดในสภาเรือนจำอเมริกากลาง และ สาธารณรัฐโดมิกัน (CODESIP) ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.prisonsystems.eu/ พบว่าสภาเรือนจำอเมริกากลางและสาธารณรัฐโดมิกัน ได้ก่อตั้งขึ้นที่สาธารณรัฐกัวเตมาลา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2014 เป็นผล การดำเนินงานต่อยอดจากการสัมมนาระหว่างประเทศเพื่อวางนโยบาย และ แนวทางการดำเนินงานเรือนจำ ณ เมืองกัวเตมาลา เมื่อวันที่ 5 - 6 ธันวาคม 2013 ภายใต้กรอบแนวคิดความร่วมมือและนโยบายการพัฒนาเรือนจำในกัวเตมาลา โดยการสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริม สนับสนุน ปฏิรูปการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดและอาชญากรรมและ การปฏิบัติที่ดีที่สุดระหว่างเรือนจำของประเทศที่เข้าร่วมในสภากรรมการบริหารเรือนจำฯ โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง CODESIP จากประเทศอเมริกากลางและสาธารณรัฐโดมิกัน ได้แก่ ปานามา กัวเตมาลา สาธารณรัฐโดมินิกัน และเอลซัลวาดอร์ ส่วนประเทศฮอนดูรัส คอสตาริกา ประเทศเบลีส นิคารากัว ซึ่งทางประเทศผู้ก่อตั้งคาดว่าจะเข้าร่วมโครงการในเร็วๆนี้

บริบทว่าด้วยการแก้ไขปัญหายาเสพติดของเรือนจาไทยภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ
            ในปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ของไทย ได้มีการดำเนินงานภายใต้แนวคิดความร่วมมือกับ กรมราชทัณฑ์ของประเทศต่างๆ เช่น การแข่งขันกีฬาราชทัณฑ์อาเซียน การร่วมประชุมประจำปีของสมาคมการราชทัณฑ์และเรือนจำระหว่างประเทศ – ICPA แต่ยังไม่มีการก่อตั้งสภากรรมการบริหารเรือนจำภายใต้แนวคิดความร่วมมือกับประเทศต่างๆในระดับภูมิภาคที่สนับสนุนโดยองค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC)
            แต่ในทางปฏิบัติในขณะนี้ได้มีหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย TIJ ในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีภารกิจหลักด้านการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ ของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งในและต่างประเทศได้ประสานความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติด้านการป้องกันยาเสพติดและป้องกันอาชญากรรม ในการพัฒนาปรับปรุงเรือนจำ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง และผลักดันให้มีการปฏิบัติที่ดีต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำตามมาตรฐานสากลตามข้อกาหนดกรุงเทพ และเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2557 TIJ ได้รับการประสานงานจาก UNODC ให้ทำการต้อนรับ คณะผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงสาธารณสุขรัฐบาลเนปาลรวมถึงผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาลที่มีความประสงค์ที่จะศึกษาดูงานเกี่ยวกับระบบงานราชทัณฑ์และการบริหารงานด้านสาธารณสุขและการป้องกันโรคเอดส์ของไทย ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง แขวงลาดยาว กรุงเทพฯ

   TIJ ภายใต้การประสานงานจาก UNODC ให้การต้อนรับคณะผู้แทนเนปาล เข้าศึกษาดูราชทัณฑ์ ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง

TIJ ต้อนรับคณะผู้แทนเนปาล 

โดยสรุป
          การแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือนจำภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ ของสภาเรือนจำอเมริกากลางและสาธารณรัฐโดมิกัน ที่ได้ดำเนินการภายใต้ แนวคิดในการสร้างความร่วมมือการดำเนินงานเรือนจำระหว่างประเทศในระดับภูมิภาค ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) นับเป็นนวัตกรรมใหม่ ในปี 2014 ที่เรือนจำของกรมราชทัณฑ์หลายประเทศ เช่น เบลเยี่ยม โรมาเนีย บัลแกเรีย ปานามา กัวเตมาลา สาธารณรัฐโดมินิกัน และเอลซัลวาดอร์ ได้นำมาใช้ในการดำเนินงานเรือนจำให้มีประสิทธิภาพ เพื่อการยอมรับและเพื่อความไว้วางใจของประชาชน สำหรับเรือนจำของประเทศไทยเรายังพบข้อมูลว่ามีการดำเนินการภายใต้แนวคิดในการสร้างความร่วมมือ ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดของเรือนจำของเรือนจำระหว่างประเทศในระดับภูมิภาคภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติด้านยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) โดยตรง คงมีแต่เพียงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย TIJ ในฐานะที่เป็นองค์กรที่มีภารกิจหลักด้านการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งในและต่างประเทศ ที่ได้ประสานความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติด้านการป้องกันยาเสพติดและอาชญากรรม (UNODC) โดย ได้มีการประสานงานในบางเรื่องผ่านมาทางเรือนจำ ดังนั้น การนำบทความเรื่อง การแก้ไขปัญหายาเสพติดในเรือนจำภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติของสภากรรมการบริหารเรือนจาอเมริกากลางและสาธารณรัฐโดมิกันมานำเสนอในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงบริบท / ทิศทางความเคลื่อนไหวของนวัตกรรมเรือนจำใหม่ล่าสุดในปี 2014 ของเรือนจำในประเทศต่างๆ ในระดับภูมิภาค ที่ได้ดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือกับองค์การสหประชาชาติด้านการป้องกันยาเสพติดและอาชญากรรม
                                                    ..................................

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ขังเดี่ยว ตอน คำพิพากษาคดีนักโทษขังเดี่ยวแอริโซนามีสิทธิ์ฟ้องรัฐข้อหาไม่ดูแลสุขภาพ

            วินัย เจริญเฉลิมศักดิ์ นม. 

           จากกรณีนักโทษขังเดี่ยวของกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา โดยสหภาพ พลเรือนอเมริกันเพื่อเสรีภาพ และพวก (กลุ่มสิทธิมนุษยชน สำนักงานกฎหมายเรือนจา บริษัท กฎหมาย เพอร์กินส์ คอยส์ และโจนส์วัน) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ เป็นโจทก์ร่วมฟ้องกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา ต่อศาลของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา เมื่อ 22 มีนาคม 2555 หมายเลขคดี 2 / 12-CV-00601-NVW ข้อหา “จงใจ ละเลย ไม่ดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษ โดยเฉพาะนักโทษขังเดี่ยว ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายและจิตใจ ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และละเมิดสิทธิมนุษยชน.....” ต่อมา “เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ได้มีคำพิพากษาวินิจฉัยว่า สหภาพพลเรือนอเมริกันเพื่อเสรีภาพและพวก สามารถฟ้องกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา ให้รับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา จงใจ ละเลย หรือไม่สามารถให้การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษ โดยเฉพาะการ ขังเดี่ยว ทำให้นักโทษได้รับความเจ็บปวด ทรมาน และเสียชีวิตในขณะที่รอการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน.....”  ซึ่งจากผลของคำพิพากษา ดังกล่าว จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อระบบการคุมขังโดยเฉพาะการขังเดี่ยวในเรือนจำของรัฐและเรือนจำเอกชนของกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา และกรมราชทัณฑ์ในมลรัฐอื่นๆของสหรัฐอเมริกา ระบบคุมขังของประเทศต่างๆ รวมตลอดถึงประเทศไทยที่อาจจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลสุขภาพนักโทษที่จะต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน ให้มากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการปฏิบัติต่อนักโทษในการคุมขังแบบขังเดี่ยว และ เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ จักได้กล่าวถึงคำพิพากษาคดีดังกล่าวโดยย่อ ในหัวข้อ คำฟ้อง คำให้การ และแนวคำพิพากษาของศาลในคดีดังกล่าว ทฤษฎีขังเดี่ยว และการขังเดี่ยว ในประเทศไทยโดยสังเขป ดังนี้


ขังเดี่ยว

           คำฟ้องคดีกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา ละเลยหรือไม่สามารถให้การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษที่ถูกคุมขังโดยเฉพาะการขังเดี่ยว ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www.prisonlaw.com/events.php พบว่า คำฟ้อง คำให้การ คำพิพากษาของศาลของคดีดังกล่าว มีดังนี้
  •  คำฟ้อง
    • วันฟ้อง วันที่ 22 มีนาคม 2555
    • ข้อหา “.....จำเลยหรือกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนาได้จงใจ ละเลย หรือไม่สามารถให้การดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษที่ถูกคุมขังตามกฎหมาย และ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะการขังเดี่ยว ทำให้นักโทษมีความเสี่ยงที่สาคัญต่ออันตรายร้ายแรง ความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน และอาจเสียชีวิตจากการคุมขัง ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน.....”


ขังเดี่ยว

  • หมายเลขคดี 2 : 12-CV-00601-NVW
    • โจทก์ สหภาพพลเรือนอเมริกันเพื่อเสรีภาพ และพวก (กลุ่มสิทธิมนุษยชน สานักงานกฎหมายเรือนจำ บริษัท กฎหมายเพอร์กิ้นส์ คอยส์ และโจนส์วัน) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนักโทษ ในเรือนจำมลรัฐแอริโซนา
    • จำเลย กรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา
    • ประเด็นตามฟ้อง (โดยย่อ)
               “.....จำเลยจงใจ ละเลย ไม่ดูแลสุขภาพ ดูแลสุขภาพนักโทษล่าช้า ไม่ทั่วถึง พนักงานดูแลสุขภาพไม่เพียงพอ ปฏิเสธการดูแลรักษาสุขภาพ ดูแลสุขภาพนักโทษต่ำกว่ามาตรฐาน ตามกฎหมาย ปฏิบัติต่อนักโทษด้วยความโหดร้ายผิดปกติ ล้มเหลว หรือไม่สนใจดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน ของนักโทษ ทำให้นักโทษมีความเสี่ยงและอันตรายร้ายแรงของสุขภาพ ได้รับความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน อาจต้องเสียเสียโฉม เสียอวัยวะ แขน ขา และอาจเสียชีวิตในขณะที่รอการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย นโยบาย และบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยและพวก.....”

                “.....ปัญหาการดูแลรักษาสุขภาพของนักโทษที่ถูกคุมขังแบบขังเดี่ยว โดยเฉพาะการขังเดี่ยวในซุปเปอร์แม็กซ์ ซึ่งมีสภาพที่โหดร้ายและผิดปกติของการคุมขัง มีการเปิดไฟในห้องขังตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ปฏิเสธการดูแลด้านสุขภาพ ขาดการสันทนาการ มีอาหารไม่เพียงพอ ขาดการออกกาลังกายกลางแจ้ง ไม่คำนึงถึงการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน ทำให้นักโทษต้องทนความเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน และเสียชีวิต ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจากการกระทำของจำเลยและพวก.....”

    • คำขอท้ายฟ้อง
      • ให้ศาลมีคำพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยจงใจไม่ดูแลสุขภาพ ดูแลสุขภาพนักโทษไม่ทั่วถึง ดูแลสุขภาพนักโทษต่ำกว่ามาตรฐานตามกฎหมาย ปฏิบัติต่อนักโทษด้วยความโหดร้ายผิดปกติ ล้มเหลว หรือไม่สนใจดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษในเรือนจำ ทำให้นักโทษมีความเสี่ยงที่สำคัญต่ออันตรายร้ายแรง ได้รับความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน อาจต้องเสียเสียโฉม เสียอวัยวะ แขน ขา และอาจเสียชีวิตในขณะที่รอการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นความผิดตามกฎหมาย และตามรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา
      • ให้ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการไม่ดูแลรักษาสุขภาพ การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การกระทำผิดกฎหมาย และไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา แก่โจทก์และพวก ตามประมวลกฎวิธีพิจารณาความแพ่งของรัฐบาลกลางข้อ 23 (ก) และ 23 (ข) (1) และ (2)
      • ให้ศาลมีคำพิพากษาและคำสั่งกำชับจำเลยและพวก ทำการดูแลรักษานักโทษ การประกันคุณภาพการรักษานักโทษให้ถูกต้องตามกฎหมายและบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา รวมตลอดถึงข้อห้ามของการคุมขัง โดยเฉพาะการขังเดี่ยวที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง ให้จัดหาอาหารที่จำเป็นและมีคุณค่าทางโภชนาการ จัดให้มีการออกกาลังกายกลางแจ้งเป็นประจำเพื่อรักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจของนักโทษ เป็นต้น


ขังเดี่ยว

  • คำให้การ
         กรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา จำเลย ให้การปฎิเสธ โดยอ้างเหตุผลว่า “.....กรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา มีหน้าที่ตามกฎหมายในการให้บริการทางการแพทย์และดูแลสุขภาพนักโทษทั้งหมด ประมาณ 33,000 คน ซึ่งในการดำเนินงาน ดังกล่าว อธิบดีกรมราชทัณฑ์มลรัฐแอริโซนา ได้ประกาศนโยบายการดูแลสุขภาพนักโทษที่อยู่ในความดูแลของตนทั้งหมด (รวมทั้งนักโทษขังเดี่ยว) และนักโทษที่เป็นโจทก์ฟ้อง กรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา โดยได้ดูแลสุขภาพนักโทษที่อยู่ในความควบคุมดังกล่าวเหมือนกันทั้งหมด นอกจากนั้น กรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา ยังได้ทำสัญญากับหน่วยงานภาคเอกชนเพื่อให้บริการทางการแพทย์ทันตกรรมและการดูแลสุขภาพจิตนักโทษ ตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2012 และกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนาได้มีเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบการดำเนินงานของภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง จึงปฎิเสธความรับผิดชอบตามข้อกล่าวหาทั้งหมด.....”

  • คำพิพากษาศาลอุทธรณ์
         ศาลอุทธรณ์รัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกามีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2557 “.....ศาลปฏิเสธ ไม่รับฟังข้อโต้แย้งตามคำให้การของกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา และอนุญาตให้สหภาพพลเรือนอเมริกันเพื่อเสรีภาพ และพวก (กลุ่มสิทธิมนุษยชน สำนักงานกฎหมายเรือนจำ บริษัท กฎหมายเพอร์กิ้นส์ คอยส์ และโจนส์วัน) ในฐานะผู้รับมอบอานาจจากนักโทษในเรือนจำมลรัฐแอริโซนา เป็นตัวแทนของนักโทษเรือนจำแอริโซนา สามารถฟ้องกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนากรณีจงใจ ละเลย ไม่ดูแลสุขภาพ ดูแลสุขภาพนักโทษล่าช้า ไม่ทั่วถึง พนักงานดูแลสุขภาพไม่เพียงพอ ปฏิเสธการดูแลรักษาสุขภาพ ดูแลสุขภาพนักโทษต่ากว่ามาตรฐานตามกฎหมาย ปฏิบัติต่อนักโทษด้วยความโหดร้ายผิดปกติ ล้มเหลว หรือไม่สนใจดูแลสุขภาพ ขั้นพื้นฐานของนักโทษ ทำให้นักโทษมีความเสี่ยงและเป็นอันตรายร้ายแรงของสุขภาพ ได้รับความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน อาจต้องเสียโฉม เสียอวัยวะ แขน ขา และอาจเสียชีวิตในขณะที่รอการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะนักโทษขังเดี่ยว ที่มีความเสี่ยงที่สำคัญของอันตรายร้ายแรงต่อรางกายและจิตใจ ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และละเมิดสิทธิมนุษยชน อันเป็นผลที่เกิดจากการดำเนินงานตามนโยบายของกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนาได้.....”


กระแสเรียกร้องให้หยุดการขังเดี่ยวในต่างประเทศ

  •  ทฤษฎีขังเดี่ยว ทฤษฎีขังเดี่ยวเกิดจากแนวความคิดความเชื่อที่ว่า “การขังเดี่ยวโดยการคุมขังผู้ต้องขังไว้ในห้องคุมขังของเรือนจำที่มีลักษณะเป็นโลกปิด ตัดขาดจากการติดต่อกับโลกภายนอก จะช่วยป้องกันการหลบหนี ช่วยลดการกระทาผิดต่างๆในเรือนจา ช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ช่วยบั่นทอนศักยภาพ และความสามารถในการกระทาผิดของผู้ต้องขังได้”
            ในปัจจุบันการขังเดี่ยวนิยมใช้ในเรือนจำซุปเปอรแม็กซ์ ซึ่งในทางปฏิบัติโดยทั่วไปผู้ต้องขังจะถูกคุมขังอยู่ในห้องวันละ 23 ชั่วโมง (ที่เหลืออีก 1 ชั่วโมงเป็นเวลาสำหรับการออกกาลังกายหรือเดินเล่นคนเดียวและทำกิจกรรมอื่นๆตามที่กำหนด) เป็นเรือนจำที่ออกแบบมาเพื่อแยกผู้ต้องขังจากสิ่งแวดล้อมและสิ่งเร้า ทางสังคมในเรือนจำโดยใช้มาตรการควบคุมและป้องกันการหลบหนีแบบพิเศษ (ข้อมูลจากเว็บไซต์ http://www. spunk.org /texts /prison/sp001611.txt อลิซ แวล รายงานวิจัย เรื่อง เรือนจาซุปเปอร์แม็กซ์ มีนาคม 1996)

  • การขังเดี่ยวในประเทศไทย
       การขังเดี่ยวในประเทศไทย สามารถแบ่งได้เป็น 2 เรื่อง ใหญ่ๆ คือ
    • ในทางกฎหมาย การขังเดี่ยวของเรือนจำไทยปรากฏอยู่ในพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 53 ตอนที่ 46 วันที่ 29 พฤศจิกายน 2479
              มาตรา 35 บัญญัติว่า เมื่อผู้ต้องขังคนใดกระทำผิดวินัย ให้เจ้าพนักงานเรือนจำผู้มีหน้าที่พิจารณาโดยถ่องแท้ แล้วลงโทษสถานหนึ่งสถานใด หรือหลายสถานดั่งต่อไปนี้                          
                      (6) ขังเดี่ยวไม่เกินสามเดือน
                      (7) ขังห้องมืดไม่มีเครื่องหลับนอนไม่เกินสองวันในสัปดาห์หนึ่งโดยความเห็นชอบของแพทย์ และ กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความใน มาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 45 ตอนที่ 6 วันที่ 26 เมษายน 2480 
               ข้อ 111 ขังเดี่ยวนั้น พึงกระทำในกรณีต่อไปนี้ 
                      (1) กระด้างกระเดื่องต่อเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจบังคับบัญชาเรือนจำตั้งแต่ชั้นพัศดีขึ้นไป 
                      (2) วิวาทกับผู้ต้องขังอื่นตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป 
                      (3) เป็นเจ้ามือเล่น การพนัน หรือสมคบกับผู้ต้องขังอื่นเล่นการพนันตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป 
                      (4) ดื่มสุรา สูบกันชา ฝิ่น หรือเสพของเมาอย่างอื่นแต่ 2 ครั้งขึ้นไป 
                      (5) มีของต้องห้ามในจำพวกที่เป็นเครื่องมืออันเป็นอุปกรณ์ในการหลบหนี 
               ข้อ 112 ขังห้องมืดนั้น พึงกระทำในกรณีต่อไปนี้ 
                      (1) ก่อการวิวาทกับผู้ต้องขังอื่นเนือง ๆ 
                      (2) พยายามหรือทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน
                      (3) ก่อการวุ่นวาย แต่ไม่ร้ายแรง 
                      (4) จงใจหลีกเลี่ยงการงาน 
                      (5) จงใจขัดคำสั่งผู้บัญชา 
                      (6) ค้าสิ่งของต้องห้าม 
               ข้อ 118 การขังเดี่ยวนั้น ให้กระทำโดยวิธีแยกผู้ต้องรับโทษจากผู้ต้องขังอื่นและคุมขังไว้ ในที่ซึ่งจัดขึ้นเป็นพิเศษ ห้ามการติดต่อหรือพูดจากับผู้อื่นทั้งสิ้น ให้พัศดีจัดให้มีผู้คอยตรวจรักษาการขังเดี่ยว ให้เป็นไปตามวรรคก่อน และสังเกตเมื่อมีอาการป่วยเจ็บซึ่งต้องมีการรักษาพยาบาลเกิดขึ้น 
               ข้อ 119 ห้องมืดซึ่งจะใช้เป็นที่ขังลงโทษนั้นต้องให้แพทย์ได้ตรวจเห็นชอบด้วยว่าไม่ผิด อนามัยอย่างร้ายแรง

          จากพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 มาตรา 35 และ กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในมาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 ข้อ 111 ดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการขังเดี่ยว สามารถดาเนินการได้เฉพาะกรณีเมื่อผู้ต้องขังกระทาำผิดวินัย และเจ้าพนักงานเรือนจำ ผู้มีหน้าที่พิจารณาลงโทษและมีคำสั่งลงโทษทางวินัย โดยการขังเดี่ยวได้ไม่เกินสามเดือนเท่านั้น จะขังเดี่ยวโดยสาเหตุอื่นๆ ไม่ได้โดยเด็ดขาดเพราะไม่มีกฎหมายรองรับหรือให้อานาจไว้

ขังเดี่ยว

    • ในทางปฏิบัติ
               ในปัจจุบันเรือนจำต่างๆ ในประเทศไทย ยังมีการลงโทษทางวินัยโดยการขังเดี่ยวตามกฎหมายราชทัณฑ์ดังกล่าวอยู่ ปรากฏหลักฐานตามหนังสือกรมราชทัณฑ์ ที่ ยธ 0705.1/19533 เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจการนำผู้ต้องขังไปคุมขังในอาคารห้องขังเดี่ยว และการให้ความร่วมมือผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2557 ความว่า “.....การใช้อาคารห้องขังเดี่ยว 10 ห้อง ตามที่กรมฯ ได้ออกแบบแปลนอาคารก่อสร้างให้เป็นการใช้เพื่อการลงโทษขังเดี่ยวเพียงประการเดียว เนื่องจากสภาพอาคารสมควรที่จะใช้เพื่อการลงโทษ การนำผู้ต้องขังอื่นที่มิได้ถูกลงโทษขังเดี่ยว เช่น ผู้กระทำความผิดวินัยและยังอยู่ระหว่าง การสอบสวน ผู้ต้องแยกขังเพื่อการคุ้มครองชีวิต เป็นต้น อาจไม่เป็นธรรมกับผู้ถูกคุมขังยังอาคาร ดังกล่าว และจะเกิดการร้องเรียนขึ้นได้ ซึ่งจะยากต่อการชี้แจงและทำความเข้าใจกับหน่วยงานภายนอก รวมทั้งอาจสร้างทัศนคติในทางลบให้กับผู้ต้องขังที่ถูกนาไปคุมขังโดยไม่มีความผิดด้วย.....”

อาคารคุมขังขนาด 4 ชั้น ของแดนซุปเปอร์แม็กซ์ เรือนจำกลางเขาบิน จังหวัดราชบุรี

โดยสรุป 

            แนวคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา โดยสหภาพพลเรือนอเมริกันเพื่อเสรีภาพ และพวก (กลุ่มสิทธิมนุษยชน สำนักงานกฎหมายเรือนจำ บริษัท กฎหมายเพอร์กิ้นส์ คอยส์ และโจนส์วัน) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนักโทษในเรือนจำมลรัฐแอริโซนาเป็นโจทก์ ฟ้องกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา จำเลย ข้อหา “.....จงใจ ละเลย ไม่ดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานของนักโทษโดยเฉพาะนักโทษขังเดี่ยว ที่มีความเสี่ยงที่สำคัญของอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายและจิตใจ ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และละเมิดสิทธิมนุษยชน.....” โดย “ศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2557 ว่า “.....คำให้การแก้ข้อกล่าวหาของกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนาที่ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาของโจทก์ (รายละเอียดปรากฏตามคำให้การ ดังกล่าวข้างต้น) ฟังไม่ขึ้น และอนุญาตให้สหภาพพลเรือนอเมริกันเพื่อเสรีภาพ และพวก (กลุ่มสิทธิมนุษยชน สำนักงานกฎหมายเรือนจำ บริษัท กฎหมาย เพอร์กิ้นส์ คอยส์ และโจนส์วัน) ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนักโทษในเรือนจำมลรัฐแอริโซนา เป็นตัวแทนของนักโทษเรือนจำแอริโซนา สามารถฟ้องกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนากรณีจงใจ ละเลย ไม่ดูแลสุขภาพ ดูแลสุขภาพนักโทษไม่ทั่งถึง ทำให้นักโทษมีความเสี่ยงและอันตรายร้ายแรงของสุขภาพ ในขณะที่รอการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานโดยเฉพาะนักโทษขังเดี่ยว ที่มีความเสี่ยงที่สาคัญของอันตรายร้ายแรง ไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เกิดจากการดำเนินงาน ตามนโยบายของ กรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนาได้.....” นั้น ซึ่งจากผลของคำพิพากษา ดังกล่าวทำให้นักโทษ ประมาณ 33,000 คน ของกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา มีสิทธิ์ฟ้องกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนา ให้รับผิดชอบในความเสียหายได้ อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติกรมราชทัณฑ์ มลรัฐแอริโซนาคงไม่เห็นพ้องด้วยและอาจยื่นต่อสู้ในชั้นฎีกา ซึ่งต้องติดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาต่อไป สาหรับกรณีของเรือนจำในประเทศไทยที่ในปัจจุบันยังมีการลงโทษทางวินัยโดยการขังเดี่ยวตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 ในเรือนจำและทัณฑสถานโดยทั่วไป นั้น เห็นว่าถ้าศาลฎีกาของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ก็อาจส่งผลกระทบถึงแนวทางการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนและแนวทางการลงโทษทางวินัยโดยการขังเดี่ยวของเรือนจำในประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศสมาชิกของสหประชาชาติเช่นเดียวกันกับประเทศสหรัฐอเมริกา ที่อาจจะต้องเพิ่มความระมัดระวังและ ลดระดับความเข้มข้นในการปฏิบัติต่อนักโทษขังเดี่ยวที่จะต้องคำนึงถึงการดูแลรักษาสุขภาพนักโทษ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชนให้มากยิ่งขึ้น 
.............................................